
ศึกค่าเงิน
ต้องบอกว่ากระแสเรื่อง “ค่าเงิน” ปีนี้มาแรงเสียเหลือเกินครับ เศรษฐกิจของหลายประเทศจะอยู่หรือไปนั้น ขึ้นอยู่กับค่าเงินทั้งนั้น
ต้องบอกว่ากระแสเรื่อง “ค่าเงิน” ปีนี้มาแรงเสียเหลือเกินครับ เศรษฐกิจของหลายประเทศจะอยู่หรือไปนั้น ขึ้นอยู่กับค่าเงินทั้งนั้น
อย่างญี่ปุ่น เจอปัญหากับค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าเงินเยนแข็งโป๊ก ทำเอาศักยภาพการแข่งขันของสินค้าญี่ปุ่นลดฮวบ หนำซ้ำกำไรจากการขายสินค้าต่างประเทศในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อส่งกลับประเทศก็หายวูบไปอีก เพราะเงินเยนแข็งปั๋ง
อย่างเวียดนาม ก็เจอการโจมตีค่าเงินมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนต้องประกาศลดค่าเงินเอง ไม่ใช่เพื่อสร้างความได้เปรียบของสินค้า เมด อิน เวียดนาม ในตลาดโลก แต่ต้องลดค่าเงินลงมาเพื่อไม่ให้ถูกปั่นจนแข็งปั๋งแล้วก็ถูกเทขายทิ้งทำกำไร เป็นปัญหาที่น่ากลัวและต้องจับตามอง
ส่วนเวเนซุเอลา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ต้องลดค่าเงินโบลิวาร์ของตัวเองไป เพื่อทำกำไรจากการขายน้ำมันให้มากขึ้น โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะต้องเจอกับภาวะข้าวยากหมากแพงจากสินค้าที่แพงขึ้นอีกเท่าไหร่
นี่แหละครับ ปีเสือ จะเป็นปีที่ค่าเงินมีปัญหามาก
แต่อย่างไรก็ตาม ศึกค่าเงินในปีนี้น่าจะเป็นระหว่างค่าเงินเหรียญสหรัฐ กับค่าเงินหยวนของจีน เจ้าเดิม ที่ต้องบอกว่าในขณะนี้ดีกรีของปัญหาที่ทั้งสองค่าเงินนี้สร้างให้กับเศรษฐกิจหลายๆ ประเทศนั้น กำลังสุกงอมใกล้เน่าเต็มทน
ในด้านหนึ่ง การอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐกำลังสร้างปัญหาให้กับหลายประเทศทั่วโลก ดังที่ผมเรียนเอาไว้ข้างต้น และตราบใดที่ธนาคารกลางสหรัฐยังคงไม่ประกาศขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินเหรียญสหรัฐก็จะอ่อนค่าต่อไป
หนำซ้ำยังมีปัจจัยจากปัญหาการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐอย่างต่อเนื่องอีก ทิศทางเงินเหรียญสหรัฐจึงไม่น่าจะดีขึ้นในปีนี้ เป็นสิ่งที่ประเทศเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกต้องระวังตัว ถ้าค่าเงินของตัวเองเริ่มแข็งค่ามากเกินไป เช่น ญี่ปุ่น ถือเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง คือ ปัญหาจากการที่รัฐบาลจีนใช้นโยบายควบคุมอัตราการแลกเปลี่ยนเงินหยวน ให้ค่าเงินของจีนมีความอ่อนค่ามากกว่าความเป็นจริง ซึ่งหลายฝ่ายเริ่มเห็นแล้วครับว่า ปัญหาหยวนอ่อนเกินไปนั้น เป็นสาเหตุของปัญหาเศรษฐกิจในโลก
จีนอาศัยการอ่อนค่าของเงินหยวนเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้สินค้าจีนตีตลาดไปทั่วโลก เพราะต้นทุนของการผลิตสินค้าจีนนั้นถูกยิ่งกว่าถูก ค่าแรงถูกอย่างเดียวไม่พอ ค่าเงินอ่อนกว่าความเป็นจริงเสียอีก หากสินค้าจีนตีตลาดโลกไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดีแล้ว
เพราะเช่นนี้นี่เอง ฝรั่งเขาจึงเริ่มโวยวาย ว่าจีนกำลังเอาเปรียบประเทศอื่น ไม่ยอมปล่อยให้อัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนเป็นไปตามกลไกตลาด ว่ากันว่าหากจีนยอม จะทำให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นมามากกว่า 20% ทีเดียว
แนวทางการปรับสมดุลการค้าโลกใหม่ ที่ให้คนจีนเลิกพึ่งตลาดสหรัฐลง และหันมากระตุ้นพลังซื้อของชาวจีนเองบ้างนั้น ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ และคนจีนก็จะยังไม่มีพลังซื้อสินค้าต่างประเทศต่อไปอยู่ดี ถ้าค่าเงินหยวนยังอ่อนต่อไปเช่นนี้
เมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน ออกมายืนยันว่า จีนไม่มีทางลอยค่าเงินหยวนอย่างแน่นอน เพราะหากจีนทำขึ้นมาจริงๆ ก็จะสะเทือนไปทั่วแน่นอน เพราะเงินหยวนเริ่มเป็นเงินที่มีการใช้อย่างกว้างขว้างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
ฟังดูมีเหตุมีผล แต่เอาเข้าจริง จีนรู้ดีครับว่า ถ้าปล่อยให้หยวนแข็งค่าขึ้นมานั้น จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนเองมากขนาดไหน ค่าแรงของจีนจะถีบตัวสูงขึ้นทันที และจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตอย่างรุนแรง สินค้าจีนจะแพงขึ้นทันตา ขายยากขึ้น
...ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันขนาดราคาถูกขนาดนี้ คนยังหวาดๆกับคุณภาพและความปลอดภัยกับสินค้า เมด อิน ไชนา อยู่เลยครับ







