posttoday

ทำไมไม่ลดVATช่วยชาติ? ต่อชีวิตประชาชนสู้โควิดให้รอด

22 มิถุนายน 2563

มาตรการนี้ประเทศไทยยังไม่ได้นำมาใช้ แต่บางประเทศใช้แล้วได้ผลทันตาเห็น

ประเทศไทยไม่ได้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะเป็นมาตรการที่หลายประเทศนำมาใช้ และตอนนี้มีตัวอย่างแล้วว่าได้ผล และประเทศใหญ่ๆ อย่างอังกฤษกำลังจะนำมาใช้บ้าง

เป็นเรื่องยอดฮิตในยุโรปที่มาตรการลดแวทหรือชะลอการเรียกเก็บแวทหรือคืนแวทให้ภาคธุรกิจถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง

เช่น เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน อิตาลีริเริ่มการลดแวทและเลื่อนการจ่ายแวทออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 17 กันยายน บางประเทศก็ลดแวทในภาคที่ได้รับผลกระทบจากโควิดโดยตรง เช่น โรมาเนียเสนอลดแวทให้เหลือ 0% เพื่อหยุงธุรกิจโรงแรม

ออสเตรียลดแวทให้กับธุรกิจร้านอาหาร เช่นเดียวกับเบลเยี่ยมที่ลดแวทให้กับธุรกิจเกี่ยวกับอาหารลงครึ่งหนึ่งจาก 12% เหลือ 6% เพราะการเข้าถึงอาหารเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวดในช่วงล็อคดาวน์

ทำไมการหั่นแวทจึงจำเป็น?

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือสหราชอาณาจักรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลัง ริชิ สุนัก (Rishi Sunak) บอกว่าประเทศกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อดูตัวเลขจะยิ่งเห็นชัดว่าสหราชอาณาจักรกำลังแย่แล้ว เพราะสัดส่วนหนี้ของประเทศมากกว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจถึงกว่า 100% แล้ว เป็นครั้งแรกที่เกิดปรากฎการณ์แบบนี้นับตั้งแต่ปี 1963 ยังไม่นับอัตราว่างงานถึงเกือบ 3 ล้านคน

การลดแวทจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่าย แล้วจะช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่ขุนคลังอังกฤษยังรีรอไม่รีบหั่นแวทในทันใด เพราะต้องการรอดูก่อนว่าเมื่อคลายล็อคดาวน์แล้วประชาชนจะจับจ่ายกันมากแค่ไหนแล้วธุรกิจจะพยุงตัวเองไปได้หรือไม่หากปล่อยให้กลไกขับเคลื่อนไปเอง

ปรากฎว่ามันคงจะไปไม่รอด เขาจึงต้องงัดแผนลดแวทมาใช้

การหั่นแวทได้ผลอย่างไรยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะหลายประเทศเพิ่งใช้กันได้ไม่กี่เดือน ส่วนเยอรมนีเพิ่งจะผ่านแผนลดแวทเมื่อกลางเดือนนี้โดยจะใช้เป็นเวลา 1 ปี เพื่อช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหารโดยจะลดจาก 19 เหลือ 7% และอาจลดเหลือ 5% หากยังต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ในกรณีของเยอรมนี เยนส์ ไวด์มัน (Jens Weidmann) ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนี ( Deutsche Bundesbank) กล่าวว่า เยอรมนีรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดซึ่งเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส และขณะนี้กำลังมุ่งสู่เส้นทางของการฟื้นตัวแล้ว

แม้จะบอกอย่างนี้การกระตุ้นการบริโภคและพยุงสินค้าจำเป็นยังต้องทำกันต่อไป และเป็นการพลิกท่าทีจากการประหยัดงบประมาณจนได้ชื่อว่า "ประเทศประหยัด" มาเป็นการอัดฉีดเงินเพื่อช่วยเศรษฐกิจให้รอดจากภาวะซบเซา

ขนาดเยอรมนีที่ขึ้นชื่อเรื่องรัดเข็มขัด ไม่ฟุ่มเฟือยงบประมาณ และชอบออมเงิน รัฐบาลยังตัดสินใจเลิกออมด้วยการเก็บภาษีน้อยลง

ในช่วงเวลาแบบนี้การลงทุนโดยรัฐเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่สถานการณ์ค่อนข้างต่างจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ผ่านๆ มา สิ่งที่มีประโยชน์เฉพาะหน้ามากกว่าอาจเป็นการลดภาษี ไม่ใช่อัดเงินกระตุ้นอย่างเดียว

ตัวอย่างเช่นจีนที่ประกาศมาตรการนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว มีบทวิเคราะห์โดย Hu Yongqi ใน China Daily ที่บอกว่า บริษัทบางแห่งได้รับประโยชน์จากการลดแวท เพราะช่วยแบ่งเบาภาระการผลิตและที่สำคัญคือช่วยให้บริษัทมีศักยภาพการแข่งขันกับธุรกิจต่างประเทศมากขึ้น

แต่พึงตระหนักว่ามาตรการนี้ของจีนมีเป้าหมายเพื่อช่วยธุรกิจในประเทศในช่วงทำสงครามการค้า

แม้จะมีเป้าหมายเพื่อเอาตัวรอดจากสงครามการค้า แต่เรื่องนี้เป็นผลพลอยได้ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ช่วงการระบาดธุรกิจแบกรับปัญหานานาแทบไม่ไหวแค่สู้กับตัวเองยังไม่รอด จะไปสู้กับตลาดภายนอกได้อย่างไ? ดังนั้นการลดแวทจะช่วยประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกอย่างมากมาย

แต่กับประเทศไทยที่ปีนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับไปค้าขายกับนานาประเทสได้เต็มสูบเหมือนก่อน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องทำให้ประชาชนหยุดบ่นให้ได้ว่า "จะอดตาย"

ไม่ใช่เพราะตัดรำคาญให้รัฐบาล แต่เป็นการช่วยประชาชนให้อุ่นใจว่าพวกเขาจะไม่อดตายจริงๆ ในช่วงเวลาที่คนตกงานมากมาย หรือหากไม่ตกงานก็ไม่มีความมั่นใจว่าพรุ่งนี้ยังจะมีกินหรือไม่

ที่เยอรมนีนั้นมีการประเมินว่าเมื่อลดแวทแล้วสินค้าจำนวนมากในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและที่อื่นๆ มีแนวโน้มที่จะถูกลงอย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน คนทื่ได้ประโยชน์โพดผลคือผู้มีรายได้น้อย

สำหรับคนที่ยังพอมีเงิน ราคาสินค้าที่ถูกลง จะทำให้พวกเขากล้าที่จะจับจ่ายและจะเป็นกำลังกระตุ้นพลังชีวิตในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง เพราะสถานการณ์แบบนี้ประชาชนมักจะไม่กล้าใช้เงิน หรือใช้เงินในช่วงคลายล็อคตอนแรกๆ แล้วก็หมดพลังงานการซื้ออย่างรวดเร็ว

ตอนนี้การบริโภคในจีนเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะนโยบายของรัฐที่ออกแบบมาอย่างดี พลังการซื้อจึงไม่อ่อนแรงและกลับมาคึกคักขึ้นอีก

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by JUSTIN TALLIS / AFP

ข่าวล่าสุด

Webull ส่งหนังสือถึง โพสต์ทูเดย์ แจงปมแอปเทรดหุ้น “ช่องโหว่ฟอกเงิน”