
สหรัฐสั่งสอดแนมยูเอ็น
วิกิลีกส์เผยข้อมูลลับสุดฉาวมะกันเตรียมฟ้องเว็บต้นตอ
โพสต์ทูเดย์
— วิกิลีกส์เผยคลินตัน สั่งสอดแนมทูตประเทศต่างๆ ด้านสหรัฐประณามเจ้าของเว็บไซต์ไร้จรรยาบรรณเตรียมฟ้องเอาผิดวิกิลีกส์เว็บไซต์ผู้ชำนาญการด้านการตีแผ่ข้อมูลลับเปิดเผยข้อมูลทางการทูตของสหรัฐว่า ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศคนปัจจุบัน สั่งให้ตรวจสอบข้อมูลบรรดาผู้แทนทูตชาติอื่นอย่างละเอียด ตลอดจนข้อมูลด้านดีเอ็นเอ เช่น รอยนิ้วมือ หรือม่านตา รวมไปถึงรหัสผ่านส่วนบุคคล
การกระทำดังกล่าวเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และถือเป็นการคุกคามความสัมพันธ์ทางการทูตของสหรัฐกับประเทศอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นประเทศต่างๆ ได้เริ่มเรียกร้องกดดันให้ฮิลลารี คลินตัน ลาออกจากตำแหน่ง
ทางเว็บไซต์ได้ทยอยเผยแพร่เอกสารจำนวน 251,288 ฉบับ ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นลับต่างๆ เช่น การตีแผ่บทสนทนาที่ชาติอาหรับ นำโดย กษัตริย์ ฮามาด บิน อิสา อัลคาลิฟา แห่งบาห์เรน กดดันให้สหรัฐเข้าโจมตีอิหร่าน มีการเจรจาให้มีการเคลื่อนย้ายนักโทษเรือนจำที่อ่าวกวนตานาโม แลกเปลี่ยนกับการเข้าพบประธานาธิบดี บารัก โอบามา นอกจากนั้นยังมีการเสนอเงินอีกกว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐให้กับเกาะคิริบาตีสำหรับเป็นเรือนจำชั่วคราว ตลอดไปจนถึงกรณีการกล่าวหารัฐบาลจีนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจาะระบบข้อมูลทั่วโลก
นอกจากนี้ ภายในเอกสารยังบรรจุไปด้วยข้อมูลที่น่าอับอาย เช่น การที่สหรัฐตั้งฉายาให้กับบรรดาผู้นำชาติต่างๆ อาทิ เรียกประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ว่าเป็นจักรพรรดิเปลือย เรียกนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ว่าคนอ่อนแอไร้ค่า หรือตั้งฉายาให้ประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดินจัด ว่าเป็นเหมือนฮิตเลอร์
วิกิลีกส์ยังอ้างว่าได้รับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐช่วงสิ้นปี 2509 ถึงเดือน ก.พ. 2553 โดยเอกสารจำนวน 8,017 ฉบับ มาจากเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรี ส่วนที่เหลือมาจากแหล่งข้อมูลลับ
โรเบิร์ต กิบส์ โฆษกทำเนียบขาวออกมาแถลงการณ์ประณามการกระทำของจูเลียน แอสแสจ บรรณาธิการและผู้บริหารเว็บไซต์ว่าเป็นการกระทำที่ขาดการไตร่ตรอง พร้อมแสดงความเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่เรื่องสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เพราะข้อมูลอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และความมั่นคงของสหรัฐ โดยทางทีมกฎหมายได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อเตรียมฟ้องเอาผิดแล้ว
อย่างไรก็ตาม สกอตต์ ชานน์ บรรณาธิการนิตยสารไทม์ ของสหรัฐ 1 ใน 4 สื่อชื่อดัง ได้แก่ เดอะการ์เดียน ของอังกฤษ เลอมงต์ ของฝรั่งเศส และเดอ สปีเกิล ของเยอรมนี ที่ได้รับข้อมูลลับก่อนที่จะมีการเผยแพร่ออกมาทางเว็บไซต์ กล่าวว่า สหรัฐไม่น่าจะได้รับผลกระทบอะไรมากมายนัก โดยต่างพิจารณาแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีเจ้าหน้าที่สายสืบสำคัญๆ ของประเทศมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลนี้







