ไต้หวันเอาจริง ปรับแล้ว 4 รายคนละล้าน ฝ่าฝืนมาตรการกักตัวเอง
คนไต้หวัน 4 รายถูกปรับ 1 ล้านบาท ฐานไม่ยอมเข้ากักกันโรคตามคำสั่งรัฐ หลังกลับจากประเทศเสี่ยง
เมื่อวันจันทร์ (23 มีนาคม) นายกรัฐมนตรี Su Tseng-chang ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีพลเมืองไต้หวัน 4 ราย ถูกปรับเป็นจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว1ล้านบาท) ซึ่งเป็นโทษปรับสูงสุด จากฐานความผิดละเมิดข้อบัญญัติควบคุมโรคและความปลอดภัยสาธารณะ จากการที่ฝ่าฝืนการเข้ามาตรการกักตัวเองในสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด
ข้อความตอนหนึ่งของนายกไต้หวันระบุว่า "บ้านเมืองไม่ใช่รัฐพลาสติกที่เปราะบาง ... การทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่โชว์ (แต่เราเอาจริง)"
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 มีนาคม) มีรายงานข่าวว่า ตำรวจจราจรในเมืองนิวไทเป ได้คุมตัวหญิงสาวรายหนึ่ง ขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ไปตามท้องถนนของเมือง ซึ่งหญิงคนดังกล่าวควรเข้ากักตัวเองอยู่ที่พัก แต่เธอได้อ้างว่าจำเป็นต้องออกมาข้างนอกเพื่อซื้อของใช้บางอย่างใกล้ๆที่พัก
อย่างไรก็ดี คนที่เข้ามาตรการกักตัวจะมีเจ้าหน้าที่ทางการติดต่ออยู่ตลอดเวลา เพื่อสอบถามความต้องการด้านต่างๆ ด้วยภายใต้มาตรกักกันโรคอันเข้มงวดของไต้หวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องรายงานพฤติกรรมการละเมิดการกักตัวของเธอ เพื่อให้ทางการตัดสินโทษต่อไป
เช่นเดียวกับที่เมืองนิวไทเป ในวันเดียวกัน (22 มีนาคม) ชายรายหนึ่งนามว่า ฮวง ซึ่ ถูกทางการสั่งปรับด้วยโทษสูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันจากการที่จงใจหนีการกักตัวเองที่บ้าน 14 วัน หลังเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศหนึ่งในแถบอาเซียน แต่หนีไปเที่ยวไนท์คลับแห่งหนึ่งของเมือง
สำหรับไต้หวัน มีบทลงโทษต่อผู้ละเมิดมาตรการกักตัวเอง 14 วัน ต่อพลเมืองทุกคนที่เดินทางกลับต่างประเทศ โดยมีกฎลงโทษตั้งแต่ 1 แสนเหรียญ ถึงสูงสุด 1 ล้านเหรียญ
ทั้งนี้ ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นประเทศหลายชาติยกย่องในมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างชาญฉลาดและเป็นระบบรัดกุม
File Photo : REUTERS/Ann Wang


