
อุปสรรคการค้าชายแดนข้ามประเทศ 2
โดย กริช อึ๊งวิฑูรย์สถิตย์
โดย กริช อึ๊งวิฑูรย์สถิตย์
การค้าชายแดนบางครั้งเรามองอย่างผิวเผิน อาจจะดูว่าง่ายๆแค่มีหน้าร้านอยู่ชายแดน มีคนข้ามฝั่งมาซื้อ เราขาย เขาเอาข้ามเขตแดน ชำระเงิน แค่นี้ก็จบลงด้วยแฮปปี้เอนดิ้ง ใช่ครับ
ถ้าเราแค่ขายชายแดนอย่างเดียว ไม่ไปไกลกว่านั้น แน่นอนถูกต้องเลยครับ แต่ถ้าเราจะคิดให้ไกลไปกว่านั้น มันมีอะไรที่ซ่อนอยู่ข้างในอีกเยอะ จนบางครั้งถ้าไม่ทันเกม หมดเนื้อหมดตัวไปก็มีครับ ผมคลุกคลีอยู่ในวงในของการค้าชายแดนตั้งแต่อายุ 12 ขวบ จนกระทั้งอายุ 65 ปี จึงได้รู้ได้เห็นมามากก็จะนำมาถ่ายทอดเป็นวรรณกรรมให้คนรุ่นหลังได้เอาไปเป็นข้อคิดครับ
ตอนที่ผ่านมาเล่าถึงพาพ่อค้าชายแดนไทย ที่ไปทำธุรกิจทุเรียน โดยจำหน่ายเข้าไปทางชายแดนลาว เข้าสู่เวียดนาม ทะลุเข้าไปขายในจีนแล้วพบอุปสรรคมากมาย ผมจึงอาศัยประสบการณ์และความคุ้นเคยส่วนตัว กับเพื่อนชาวไต้หวันที่มาทำมาหากินที่ชายแดนจีน-เวียดนามที่ฝั่งจีน
จนกระทั่งเป็นเจ้าของสัปทานด่านศุลกากรจีนที่หยิวหยีกวน ฝั่งตรงข้าม คือ เมืองหลั่งเซิง ประเทศเวียดนาม แล้วพาน้องๆพ่อค้าดังกล่าวราวสิบกว่าคนเดินทางไปขอร้องให้เพื่อนไต้หวันดังกล่าวช่วย พอดีกระดาษหมดเสียก่อน เลยเล่าไม่จบ อาทิตย์นี้มาต่อกันนะครับ
ทุเรียนไทยที่นำเข้าไปยังจีน ผ่านมณฑลกวางสีโดยทั่วไปจะเดินทางโดยรถบรรทุก เพราะถ้าไปทางเรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-10 วันกว่าจะเคลียร์ของออกจากด่านได้ก็อีกสองวัน ดังนั้นมักจะไม่ทันการ
ทุเรียนสุกเสียหายเสียก่อนแล้วครับ จึงได้เดินทางโดยรถบรรทุกที่ใช้เวลาวิ่งผ่านด่านดังกล่าวเพียงสองวันหนึ่งคืนก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ถ้าปกติเคลียร์ของออกจากด่านอีกหนึ่งวัน ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา
แต่ถ้าโดนกระทำหรือไม่ได้รับการร่วมมือจากทางราชการไทยหรือมีเหตุฉุกเฉินอันมิอาจก้าวล่วงได้ รับรองว่ารายใหนรายนั้นจอดป้ายทุกทีครับ
ที่ผ่านมาพ่อค้าชายแดนจึงเป็นการค้าที่เดินหน้าแล้วถอยหลังไม่รวยเสียทีก็เพราะอย่างนี้แหละครับ เหตุผลเพราะหากทางฝั่งพ่อค้าจีนที่รอรับซื้อ ไม่ซื่อสัตย์หน่อยเดียว แค่ดึงเวลาที่ด่านชายแดน แค่กระซิบบอกทางด่านศุลกากรที่หลั่งเซิงหรือที่ฝั่งหยิวหยีกวนว่า ให้ช่วยดึงช้าลงแค่สามสี่วัน แค่นั้นก็เสร็จทุกรายเช่นกัน เอาแค่ส่งไปสิบครั้ง ดึงแค่ครั้งเดียว แค่นี้ก็หมดตัวแล้วครับ
เพราะวิธีการง่ายๆ ของมาถึงด่านชายแดนและถูกดึงใว้สามสี่วันอย่างที่พูด แล้วจึงปล่อยให้ทุเรียนเข้าไปพอไปถึงจุดหมาย ตรวจสอบทุเรียน กลิ่นทุเรียนสุกหลุดออกนอกรถพ่อค้าไทยก็จะต้องทำลายทั้งคัน
แต่อย่างว่าที่ฝั่งจีนเขาขายทุเรียนสุกจนแตก แต่พ่อค้าฝั่งโน้นไม่สนใจหรอกครับ เพราะคุณไม่มีทางที่จะนำกลับมาอีกแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเดินพิธีการอีกทั้งค่ารถมันแพง จึงจำใจต้องเททิ้ง ก็หวานหมูเลยครับ คนเก็บไปแล้วขายก็ยังขายได้อยู่ดีครับนี่คือเลห์เหลี่ยมของพ่อค้าละครับ
ที่นี้มาดูว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ก็มีอยู่หลายวิธีครับ วิธีแรก ต้องหาทางรีบส่งทุเรียนเข้าไปให้เร็วที่สุด.....พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะมีขั้นตอนหลากหลาย อีกทั้งคนจ้องจะเล่นเล่ห์กับคนถูกกระทำ อย่างไรเสียก็ยากจะป้องกันได้ผมจึงพากลุ่มน้องๆไปพบเพื่อนดังกล่าวไงครับ
วิธีที่สองคือทางการไทยต้องกระโดดเข้ามาปกป้องคุ้มครองหรือให้การช่วยเหลือโดยด่วน เอกสารอะไรที่จำเป็น ต้องรีบจัดการให้เขา และอย่าไปเรียกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถนำมาใช้กับสรรพากรได้ สงสารเขาเถอะครับ เพราะแค่เขาไปสู้ข้างนอกบ้าน เราไม่ให้กระสุนเขาไปก็โหดร้ายพอแล้ว นี่เรายังไปเตะตัดขาเขาอีก
เฮ้อ......น่ามั้ยละครับท่านผู้มีอำนาจ
วิธีที่สามคือ เข้าไปเปิดบริษัทข้างในแล้วส่งออกเองนำเข้าเองขายเองเลย แต่วิธีนี้ต้องลงทุนสูง ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงสูงเช่นกัน และนี่จะเป็นวิธีแก้ไขปัญหาตรงจุดที่สุดและที่ดีที่สุด แต่ผมว่าพ่อค้าคนไทยน้อยคนนักที่จะกล้าทำหรือทำได้ เพราะภาษาจีนของพ่อค้าไทยไม่ค่อยแข็งแรงเลย
ที่มีความสามารถหรือภาษาเก่ง เขาก็ไม่มาทำการค้าชายแดนกันอีก มีแต่ผมที่บ้าทำอยู่งกๆๆๆๆละครับ







