
โอบามาเดือดบี้หน่วยข่าวกรองฯผวาหนักปิดสนามบินแค่น้ำผึ้ง
โพสต์ทูเดย์ — โอบามา เหลือจะทน ตำหนิการทำงานของหน่วยข่าวกรองล้มเหลวไม่เป็นท่า
โพสต์ทูเดย์ — โอบามา เหลือจะทน ตำหนิการทำงานของหน่วยข่าวกรองล้มเหลวไม่เป็นท่า
วานนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการทำงานของหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐต่อความล้มเหลวในการป้องกันเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา โดยหลังจากการประชุมเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้ออกแถลงการณ์ตำหนิข้อผิดพลาดด้านข้อมูลและการทำงานหละหลวมของหน่วยข่าวกรอง
“เป็นที่ชัดเจนมากว่าหน่วยข่าวกรองไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ความบกพร่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และผมจะไม่อดทนต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกด้วย” โอบามา กล่าว พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เขียนรายงานชี้แจงความผิดพลาดอย่างละเอียด
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ระบุว่า หน่วยข่าวกรองรู้มาก่อนแล้วว่ากลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบียที่อ้างว่าเป็นผู้สนับสนุนในการก่อวินาศกรรมครั้งที่ผ่านมามีแผนการที่จะโจมตีสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังรู้ด้วยว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายดังกล่าวกำลังทำงานและวางแผนร่วมกับ อูมาร์ ฟารุก อับดุลมูตัลลับ ชายชาวไนจีเรีย วัย 23 ปี ที่ถูกจับกุมจากการพยายามระเบิดเครื่องบิน
ยิ่งไปกว่านั้น อับดุลมูตัลลับ ยังเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ต้องสงสัยในการก่อการร้ายที่มีอยู่ราว 5.5 แสนคน แต่กลับผ่านพ้นสายตาและการเฝ้าระวังอันหละหลวมของหน่วยข่าวกรอง
ด้าน เดนนิส แบลร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ ยอมรับและยืนยันว่า จะพยายามในการป้องกันการถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้ายให้ดียิ่งขึ้น
"หน่วยข่าวกรองได้รับข้อความจากประธานาธิบดีวันนี้แล้ว เราเข้าใจ และเรากำลังเดินหน้าเผชิญกับความท้าทายใหม่นี้” แบลร์ กล่าว
นอกจากนี้ เหตุการณ์ระทึกขวัญบนเครื่องบินและการขู่ของกลุ่มก่อการร้ายกำลังทวีความหวาดผวาให้กับสหรัฐ และสร้างความปั่นป่วนเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะความปลอดภัยภายในสนามบิน โดยล่าสุดวานนี้ทางการสหรัฐถึงกับต้องสั่งปิดสนามบินเมโดว์สฟิลด์ เมืองเบเกอร์สฟิลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ อย่างกะทันหัน พร้อมระงับทุกเที่ยวบินที่จะขึ้นลงในสนามบินดังกล่าวทันที
เหตุการณ์โกลาหลดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อระบบตรวจวัตถุระเบิดดังขึ้น จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศว่าพบวัตถุต้องสงสัยในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารรายหนึ่งซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นระเบิด
แต่ทว่าเมื่อเอฟบีไอเข้าตรวจสอบก็ปรากฏว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นเพียงขวดน้ำผึ้งจำนวน 5 ขวด ซึ่งเป็นของ ฟรานซิสโก รามิเรซ ชาวสวนวัย 31 ปี ที่จะเดินทางไปเยี่ยมญาติในรัฐวิสคอนซิน ซึ่งถูกควบคุมตัวไปสอบสวนอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สำนักจัดการความปลอดภัยด้านการคมนาคมถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังจากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเมื่อเปิดขวดน้ำผึ้งดังกล่าว แต่ทว่าสามารถออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการป่วย ซึ่งอาจจะมาจากไอระเหยจากขวดน้ำผึ้ง หรือความตื่นเต้นของเจ้าหน้าที่ก็เป็นได้







