
กำหนดชะตาชีวิตด้วยการลงมือทำ
คอลัมน์ขุมทรัพย์ชายแดนไทย
คอลัมน์ขุมทรัพย์ชายแดนไทย
โดย กริช อึ้งวิทูรสถิตย์
อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้อธิบายถึงวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนและประเทศ CLMV ทำให้มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งหมดล้วนอยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นโอกาส หรือเลือกทางเดินอย่างไรเท่านั้น สุภาษิตจีนกล่าวใว้ว่า “ทุกสาขาอาชีพ สามารถเกิดจอหงวนได้ทุกที่” ในสมัยที่ผมเรียนหนังสืออยู่ ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงคำนี้ แต่พอผ่านโลกมาเยอะ ก็เริ่มเห็นความเป็นจริงครับ นี่คือสัจจะธรรมจริงๆ
การที่เราอยู่ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ แน่นอนว่าสารพัดอาชีพเกิดขึ้นมาใหม่ๆ แต่ทุกๆอาชีพล้วนมีเคล็ดลับของแต่ละอาชีพจริงๆ ไม่มีใครสามารถเป็นพหูรสูตรได้หมดทุกเรื่องหรอกครับ บางเรื่องเราไม่รู้บ้างก็ได้ ดังนั้นจงเลือกทำในสิ่งที่ตนเองถนัดจะดีที่สุดครับ อย่าทำตัวเป็นเก่งไปเสียทุกเรื่องครับ ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า จงอย่าทำตัวเป็นเป็ดที่ว่ายน้ำเป็น แต่ไม่เก่ง บินได้ แต่ไม่ไกล วิ่งได้ แต่ไม่เร็ว ดังนั้นเมื่อมีภัยมาถึงตัว
เป็ดมักจะแพ้ภัยตนเองเสมอ ในขณะเดียวกัน ถ้าเรารู้ตัวเราว่าเราเก่งหรือถนัดทางด้านใด ก็ควรเลือกเอาสักเรื่องก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดครับ ในขณะนี้เราจะเห็นว่าเมียนมากำลังเปิดประเทศใหม่ๆ และธุรกิจต่างหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ ถ้าเรามีความถนัดทางด้านใด ก็ควรจะรีบเร่งเข้าไปและตั้งต้นสตาร์ทอัพ ยังมีช่องว่างสำหรับสตาร์ดวงใหม่เสมอครับ
ถามว่าแล้วการเลือกธุรกิจนอกเหนือจากเลือกจากความถนัดแล้ว ผมมีข้อเสนออย่างอื่นอีกมั้ย มีครับ เราควรจะมองไปข้างหน้า เลือกทำธุรกิจที่มีอนาคตที่สดใสสำหรับประเทศเหล่านี้จะปลอดภัยที่สุด เพราะอย่าลืมว่าปัจจุบันนี้ โลกได้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ถ้าเราเลือกธุรกิจผิด จะทำให้เราเสียเวลามาก และอาจจะต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งก็ได้ อันนี้ต้องอยู่แต่ความวินิจฉัยหรือวิสัยทัศน์ของแต่ละคน
บางครั้งเราอาจจะมองไม่เหมือนกัน แต่เราสามารถเอาข้อคิดจากการที่เราเห็นตัวอย่างจากประเทศไทย จีน เวียดนาม มาใช้วิเคราะห์ด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะประเทศเหล่านี้ได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว แต่ต้องระลึกใว้เสมอว่า ประเทศเหล่านั้นได้ผ่านขั้นตอนการพัฒนาประเทศมาในยุคเก่า จึงใช้เวลาเดินทางผ่านมายาวนานมาก ในขณะที่เมียนมากำลังจะเดินทางผ่านด้วยยุคดิจิตอล จึงใช้เวลาสั้นมากๆ ดังนั้นใครเร็วใครได้ ใครจับถูกทางก็จะไปเร็ว และใครกอบโกยได้มากก็จะรวยมากกว่าครับ เรียกว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอาครับ
สำหรับสาขาอาชีพที่ท่านจะเลือกทำนั้น เราสามารถคาดคะเนได้จากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ถ้าอาชีพที่ใช้เทคโนโลยี่เยอะๆ ก็ดูตัวอย่างของประเทศที่เจริญแล้วเป็นหลักครับ เพราะเราจะได้เห็นเลยว่าหลายอาชีพหมดอนาคตจริงๆ หากผมจะยกตัวอย่างบางอาชีพ อาจจะไปกระทบกับหลายๆท่านที่ทำอาชีพเหล่านั้นอยู่ ก็ต้องขออภัย มิได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูหมิ่นอาชีพของท่าน เช่นอาชีพที่มีเทคโนโลยี่ที่ล้าหลัง และถูกยุคสมัยของดิจิตอลหรือ AI เข้ามาแทนที่ หรืออาชีพที่กำลังถูกระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่เป็นต้น เราเคยพบมาแล้วในบ้านเรา หากเราจะหลบไปทำที่ประเทศที่ไม่ทัดเทียมกับบ้านเราเช่นเมียนมา สักวันหนึ่งอาจจะต้องพบกับมรสุมเช่นเดียวกับที่เราเคยเจอก็เป็นได้ครับ
อีกหลายอาชีพที่ไม่ค่อยจะตกยุคก็มีเช่นธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารการกิน ที่ไม่ค่อยจะได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพราะมนุษย์จำเป็นที่จะต้องดื่มกินทุกวัน จึงไม่ค่อยจะตกเทรนนัก ส่วนอาชีพที่นี่ยังขาดแคลนมากๆ คือยารักษาโรคและการรักษาพยาบาล ยังเป็นอาชีพที่มีความจำเป็นสำหรับเขามากๆ แต่ด้านสาธารณะสุขของเมียนมายังไม่เพียงพอ
ดังนั้นโอกาสยังมีสูงมากๆ อาชีพด้านการเกษตร ก็เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจของเมียนมา เพราะที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง อีกทั้งอาชีพเกษตรเป็นต้นน้ำของการผลิตอาหาร จึงยังมีช่องว่างอีกเยอะมาก ที่จะเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสู่อาชีพได้ไม่ยาก ยังมีอีกหลากหลายที่เล่าไม่หมด ดังนั้นเราควรเลือกสันและลงมือทำด้วยตัวเราเอง อย่ามัวแต่พะว้าพะวังไม่กล้าตัดสินใจว่าจะทำ เพราะอนาคตอยู่ที่ปลายมือสองข้างของเราครับ
ในปัจจุบันนี้ที่เมียนมา ได้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากๆ สิ่งที่สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆได้มีโอกาสเข้ามาพบเจอหรือมาศึกษาเรียนรู้ที่ประเทศที่เจริญกว่าเขา แล้วเขากลับไปดำเนินธุรกิจที่บ้านเขา ผมคิดว่าเขามาถูกทางแล้วครับ หลายคนที่ผมได้มีโอกาสพบเจอและรู้จัก เคยเห็นจากไม่มีอะไรจนกระทั้งไม่กี่ปี สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมา และได้เปลี่ยนสถานะเป็นผู้มีอันจะกินในเมียนมา นี่คือตัวอย่างที่ดีมากๆครับ อยากให้เด็กไทยรุ่นหลังได้มีโอกาสทำอย่างเขาบ้างนะครับ







