posttoday
เอเชียกร้าวตั้งรับ‘เฟด’ต้านทุนไหลบ่า

เอเชียกร้าวตั้งรับ‘เฟด’ต้านทุนไหลบ่า

05 พฤศจิกายน 2553

ยันอาจแทรกแซงสู้เงินแข็งค่าสิงคโปร์ยังแชมป์น่าลงทุนที่สุด

ยันอาจแทรกแซงสู้เงินแข็งค่าสิงคโปร์ยังแชมป์น่าลงทุนที่สุด

ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกตื่นรับสหรัฐอัดฉีดมาตรการกระตุ้นล่าสุด หวังคุมทุนไหลบ่า ขณะที่สิงคโปร์ยังครองแชมป์เอื้อ SME

ตลาดเกิดใหม่ทั้งในเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ มีปฏิกิริยาพร้อมรับในทันทีหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพยุงสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง ผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในอัตราซื้อ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ซึ่งนับเป็นอัตราการซื้อพันธบัตรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2551
กระทรวงการคลังและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ระบุว่า อาจพิจารณาใช้มาตรการควบคุมทุนอย่างจริงจัง เนื่องจากมาตรการของสหรัฐจะส่งผลให้กระแสทุนยิ่งไหลบ่าเข้าสู่เกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่กระทรวงการค้าระหว่างประเทศของบราซิลเตือนว่า การตัดสินใจครั้งล่าสุดของเฟดอาจเป็นชนวนก่อให้ตลาดเกิดใหม่ใช้มาตรการตอบโต้

ด้านธนาคารกลางฮ่องกงเตือนว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับเพิ่มเติมอาจยิ่งส่งผลให้ภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของฮ่องกงยิ่งทวีความเสี่ยงที่จะแตกเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับเซี่ยปินที่ปรึกษาของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อผลประโยชน์ของจีนในการประชุมสุดยอด จี20 ที่จะจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ในสัปดาห์หน้า โดยระบุว่า จีนจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับจีน

โยชิฮิโกะ โนดะ รมว.คลัง ของญี่ปุ่น กล่าวว่า อาจแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น หากเงินเยนแข็งค่าอย่างรุนแรง

ท่าทีด้านลบของตลาดเกิดใหม่ต่อการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐเกิดขึ้นหลังจากที่มาตรการดังกล่าวยังผลให้เงินเหรียญสหรัฐยิ่งอ่อนค่าลง และทำให้สกุลเงินในเอเชียแข็งค่าขึ้นเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะค่าเงินเหรียญออสเตรเลียที่แข็งค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2525

ทั้งนี้ การใช้มาตรการซื้อพันธบัตร ถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จะยังผลให้เฟดทุ่มงบประมาณไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจถึง 1 ล้านล้านเหรียญ สหรัฐ ภายในเดือน ก.ค. ปีหน้า หลังจากที่เฟดเคยใช้งบประมาณไปแล้วถึง 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างเชื่องช้า ซึ่งคณะผู้บริหารของเฟดเคยเตือนมาโดยตลอดว่า ภาวะการฟื้นตัวจะยังอยู่ในระดับที่เชื่องช้าต่อไป จึงจำเป็นจะต้องใช้มาตรการต่อเนื่อง ทว่า มาตรการดังกล่าวยิ่งส่งผลกระทบต่อเอเชีย เนื่องจากค่าเงินที่แข็งขึ้นยังผลให้ภาคส่งออกของเอเชียชะลอตัวลง

ด้านธนาคารโลกเปิดเผยรายงานการสำรวจ Doing Business 2010 ซึ่งล่าสุด สิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ของประเทศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มากที่สุดจากทั้งหมด 183 ประเทศทั่วโลก ตามมาด้วยฮ่องกงในอันดับที่ 2 นิวซีแลนด์ในอันดับ 3 และอังกฤษ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา และสหรัฐตามลำดับ 10 อันดับแรก

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา