
จีนหันลงทุนภูมิภาคเพิ่มรับมือศึกสหรัฐ
สมาคมการค้าและการลงทุนอาเซียน-สากล คาดสงครามการค้าสหรัฐ-ยุโรป ไม่กระทบยอดลงทุนในอาเซียน เพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย
สมาคมการค้าและการลงทุนอาเซียน-สากล คาดสงครามการค้าสหรัฐ-ยุโรป ไม่กระทบยอดลงทุนในอาเซียน เพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไทย
นายอู๋ จื้อ อี้ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าและการลงทุนอาเซียน-สากล เปิดเผยว่า ภาพรวมการค้าระหว่างภูมิภาคอาเซียนและประเทศจีนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐและจีน แต่จะมีผลให้การค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนและจีนเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดการค้าในปี 2561 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่าช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มียอดการค้าอยู่ที่ 2.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโต 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ผลจากสถานการณ์เรื่องนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอการเดินทางมาไทยนั้น เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อบรรยากาศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย โดยนักลงทุนประเทศจีนต่างให้ความสนใจเข้ามาทำการค้าและลงทุนในไทย รวมถึงสนใจขยายการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีทั้ง อาลีบาบา หัวเว่ย เจดี ดอทคอม และกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป
ทั้งนี้ ค่าแรงในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศจีน ค่าแรงไทยต่ำกว่าประเทศจีน โดยเฉลี่ยค่าแรงของแรงงานในจีนขั้นต่ำประมาณ 2.5 หมื่นบาท/เดือน รวมถึงแรงงานในจีนหายากเมื่อเทียบกับไทยที่มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนกำลังปรับนโยบายใหม่ทางการค้า ทั้งการลดภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศ และปรับนโยบายการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศให้สะดวกขึ้น เชื่อว่าจะทำให้มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในจีนเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อนโยบายวันเบลต์วันโรด อีกทั้งเป็นโอกาสที่ธุรกิจไทยในการเข้าไปลงทุนและขยายสินค้าในจีน โดยธุรกิจไทยที่มีโอกาสอย่างมากในจีนมีทั้งธุรกิจภาคบริการ ธุรกิจร้านอาหารและอาหาร ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแสดงมวยไทย และภาคธุรกิจการเกษตร
นอกจากนี้ การที่ผู้นำของประเทศสหรัฐและจีน จะจัดเจรจาการค้าเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าน่าจะมีผลทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าของสองประเทศดีขึ้นและจะไม่มีการหารือในเรื่องภาษี
นายอู๋ กล่าวต่อว่า สมาคมการค้าและการลงทุนอาเซียน-สากล เตรียมจัดงาน มหกรรมแสดงสินค้ามาตรฐานไทยและจีนส่งออก ครั้งที่ 8 วันที่ 16-18 พ.ย. 2561 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยได้นำผู้ประกอบการจีนจาก 10 มณฑล มาร่วมออกบูธ จำนวน 100 บูธ อาทิ มณฑลเจียงซี มณฑลกานซู่ มณฑลชานตง และมณฑลกุ้ยโจว เป็นต้น พร้อมนำมาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย







