
ไทยตกชั้นอันดับเสรีภาพสื่อโลก เหตุนักข่าวสังเวยวิกฤตการเมือง
เหตุความรุนแรงในช่วงต้นปีฉุดไทยตกชั้นอยู่ท้ายตารางการจัดอันดับเสรีภาพสื่อโลก พ่ายกัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์
เหตุความรุนแรงในช่วงต้นปีฉุดไทยตกชั้นอยู่ท้ายตารางการจัดอันดับเสรีภาพสื่อโลก พ่ายกัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์
องค์กรสื่อไร้พรมแดนเผยรายงาน การจัดอันดับเสรีภาพสื่อประจำปี 2553 จากทั้งหมด 178 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยตกชั้นลงถึง 23 อันดับ จากเดิมเมื่อปี 2552 ครองอันดับที่ 130 ทว่าในปีนี้ร่วงมาอยู่ที่ 153
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เหตุความรุนแรงการประท้วงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวเสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีกราว 15 คน
แม้ว่าไทยจะไม่รั้งท้ายอยู่ในกลุ่ม 10 อันดับสุดท้ายของโลกอย่าง พม่า เกาหลี จีน อิรัก รวันดา หรือซีเรีย แต่ก็ถือว่าเกาะกลุ่มท้ายตาราง
นอกจากนี้ ไทยยังตามหลังเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ซึ่งรั้งอันดับที่ 117 กัมพูชาครองอันดับที่ 128 สิงคโปร์อยู่ในอันดับที่ 136 ตามมาด้วยมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 141 และบรูไนอยู่อันดับที่ 142
ขณะที่ฟิลิปปินส์หนึ่งในสมาชิกอาเซียน ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงในด้านลบมากที่สุด เช่นเดียวกับ ยูเครน กรีซ และคีร์กีซสถาน
ฟิลิปปินส์ร่วงลงมาถึง 34 อันดับ เมื่อเทียบกับปี 2552 โดยตกลงมาอยู่อันดับที่ 153 สาเหตุหลักในการตกชั้นครั้งนี้ เพราะเหตุสังหารหมู่ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2552 ก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดมากินดาเนา ในสมรภูมิเลือดครั้งนั้น มีนักข่าวเสียชีวิตไปถึง 30 คน และถือเป็นเหตุสลดที่ทำให้มีนักข่าวเสียชีวิตมากที่สุดในโลก
ทั้งนี้ องค์กรสื่อไร้พรมแดน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฝรั่งเศส และมีสำนักงานย่อยกระจายอยู่ในอีก 9 ประเทศ ทำการสำรวจและจัดอันดับดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งถือเป็นการสร้างประเทศต้นแบบหรือตัวอย่างในการเคารพเสรีภาพของสื่อ และการปกป้องคุ้มครองสื่อจากความรุนแรง
การจัดอันดับครั้งนี้ ไม่เพียงสำรวจถึงผลกระทบและความรุนแรงที่มีต่อสื่อ แต่ยังรวมไปถึงนโยบายการเซ็นเซอร์การเข้าถึงข้อมูล ระดับขีดความสามารถในการอนุญาตให้สื่อได้สืบสวนและวิจารณ์เรื่องต่างๆ อีกด้วย
ในการจัดอันดับในปีนี้ ประเทศในแถบยุโรปเหนือยังคงรักษาระดับการเปิดรับและมอบเสรีภาพให้กับสื่ออย่างเต็มที่ตลอดมา นับตั้งแต่มีการจัดอันดับ โดยปีนี้มีถึง 6 ประเทศที่ร่วมครองอันดับ 1 ประกอบด้วย ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์
รายงานระบุว่า 6 ประเทศนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของวิถีทางในการเคารพการทำงานของผู้สื่อข่าว การทำข่าว และปกป้องผู้สื่อข่าวจากการกระทำที่รุนแรงและผิดกฎหมาย
ตัวอย่างเช่น ขณะนี้รัฐบาลไอซ์แลนด์กำลังพิจารณาพระราชบัญญัติ Icelandic Modern Media Initiative (IMMI) ซึ่งมุ่งปกป้องและคุ้มครองสื่อ ขณะที่สวีเดน สร้างบรรทัดฐานให้ประเทศตัวเองด้วยกฎหมายว่าด้วยเรื่องเสรีภาพสื่อ ที่ช่วยส่งเสริมบรรยากาศในการทำงานของผู้สื่อข่าวเป็นสำคัญ
ส่วนอีก 4 ประเทศที่ติดอยู่ในอันดับท็อปเทน ได้แก่ ออสเตรีย นิวซีแลนด์ เอสโตเนีย และไอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าวนี้ยังชี้ให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและรุ่งเรืองอย่างมากกลับมีความผกผันกับเสรีภาพที่มีให้กับสื่อ
กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน โดยบราซิลเป็นประเทศเดียวในกลุ่มนี้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขยับขึ้นมาถึง 12 อันดับ มาอยู่ที่ 58 ในปีนี้ ขณะที่อินเดียตกลงมาถึง 17 อันดับ มาอยู่ที่ 122 รัสเซียยังคงมีอันดับที่ไม่ดีนัก อยู่ที่ 140
ส่วนจีนประเทศมหาอำนาจที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างหนาหูมากที่สุด ยังคงอยู่ในกลุ่มท้ายตาราง โดยครองอันดับที่ 171 รายงานระบุว่า แม้สื่อในจีนยังมีพลังมาก แต่ทางการจีนยังคงมีนโยบายการควบคุมและตรวจสอบสื่ออินเทอร์เน็ตอย่างเข้มข้น และยังคงควบคุมสื่อในทิเบต และมณฑลซินเจียงด้วย
“4 ประเทศนี้กำลังต้องแบกรับความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกเพิ่มขึ้น พร้อมๆ กับอำนาจที่เพิ่มขึ้นในเวทีโลก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเติมเต็มกฎข้อบังคับต่างๆ เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิและเสรีภาพพื้นฐาน” รายงานระบุ
ด้านกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดและแสดงความกังวลเกี่ยวกับบรรยากาศของสถานการณ์ความเสื่อมถอยลงของเสรีภาพสื่อ และรายงานนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงสถานการณ์ดังกล่าว
สมาชิกอียูทั้งหมด 27 ประเทศ มีเพียง 13 ประเทศเท่านั้น ที่นั่งอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก ส่วนอีก 14 ประเทศนั้น ถือว่าอยู่ในอันดับที่ต่ำลงไปมาก อาทิ อิตาลี อยู่ในอันดับที่ 49 โรมาเนีย อยู่ในอันดับที่ 52 กรีซและบัลกาเรียอยู่ในอันดับที่ 70 ร่วมกัน
“เมื่อกล่าวถึงเรื่องเสรีภาพสื่อ อียูยังไม่มีความเป็นเอกภาพ ในทางตรงกันข้ามช่องว่างระหว่างการปฏิบัติในทางบวกและลบยังคงกว้าง” รายงานดังกล่าวระบุ
ทั้งนี้ คิวบา ได้รับการกล่าวถึงในฐานะประเทศที่สามารถก้าวพ้นออกจากกลุ่ม 10 ประเทศจากท้ายตารางเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีการดำเนินการปล่อยตัวผู้สื่อข่าวถึง 14 คน พร้อมด้วยนักเคลื่อนไหวอีก 22 คน ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา







