posttoday
สัญญาณสงบศึก

สัญญาณสงบศึก

19 ตุลาคม 2553

กระทรวงการคลังสหรัฐส่งสัญญาณที่เบาลงมาแล้วต่อปัญหาค่าเงินหยวนของจีน ด้วยการชะลอการออก รายงานประจำเดือน ซึ่งคาดว่าจะระบุถึงความไม่เป็นธรรมจากการค้าของจีนที่ใช้ยุทธศาสตร์จากค่าเงินหยวนที่อ่อนกว่าความเป็นจริงสร้างความได้เปรียบเหนือชาติอื่น

กระทรวงการคลังสหรัฐส่งสัญญาณที่เบาลงมาแล้วต่อปัญหาค่าเงินหยวนของจีน ด้วยการชะลอการออก รายงานประจำเดือน ซึ่งคาดว่าจะระบุถึงความไม่เป็นธรรมจากการค้าของจีนที่ใช้ยุทธศาสตร์จากค่าเงินหยวนที่อ่อนกว่าความเป็นจริงสร้างความได้เปรียบเหนือชาติอื่น

โดย...ธนพล ไชยภาษี

กระทรวงการคลังสหรัฐส่งสัญญาณที่เบาลงมาแล้วต่อปัญหาค่าเงินหยวนของจีน ด้วยการชะลอการออก รายงานประจำเดือน ซึ่งคาดว่าจะระบุถึงความไม่เป็นธรรมจากการค้าของจีนที่ใช้ยุทธศาสตร์จากค่าเงินหยวนที่อ่อนกว่าความเป็นจริงสร้างความได้เปรียบเหนือชาติอื่น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ จีนก็ออกมาส่งเสียงป่าวประกาศดังๆ ครับว่า จีนจะต้องเร่งพัฒนาประเทศ โดยที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในระยะยาวนั้นจะต้องพึ่งพาการบริโภคภายในเป็นหลัก

ถือเป็นเสียงจากจีน ที่พอทำให้สหรัฐลดดีกรีความโกรธเคืองลง และลดความตึงเครียดของบรรยากาศสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

หลังวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านพ้นมานั้น มีการพูดกันอย่างหนาหูครับ ว่าที่วิกฤตเศรษฐกิจได้ลุกลามไปทั่วโลกอย่างรุนแรงนั้น เป็นเพราะทั้งโลกมัวแต่พึ่งการส่งออกไปยังสหรัฐ เอาแต่พึ่งการใช้จ่ายในสหรัฐ แม้กระทั่งจีนเองก็ตาม

หลังยุควิกฤตเศรษฐกิจ โลกจึงจำเป็นที่จะต้องปรับสมดุลการค้าโลกใหม่ โดยเฉพาะจีนที่จะต้องไม่พึ่งพาแต่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้นด้วย

แต่ถ้าหากพิจารณากันอย่างลึกๆ ก็ต้องบอกว่า พูดอย่างเดียวน่ะง่ายครับ แต่จะให้ทำได้จริงนั้นเป็นเรื่องยากพอตัว

โดยเฉพาะสำหรับจีน ประเทศใหญ่ที่มีประชากรในประเทศ 1,400 ล้านคน มากกว่าสหรัฐเกือบ 5 เท่า ยิ่งปริมาณมากเท่าใด การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจก็ยิ่งเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

แม้ว่าความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจะทำให้คนจีนส่วนหนึ่งรวยวันรวยคืน มีชื่อมหาเศรษฐีจีนติดโผเศรษฐีโลกมากขึ้น แต่นั้นก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ ในเมืองใหญ่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น และกวางตุ้ง แต่คนจีนที่เหลืออีกมหาศาลนั้นยังอยู่ก้ำกึ่งกับเส้นระดับความยากจนของสหประชาชาติครับ

ลองพิจารณาดูจีดีพีต่อหัวของประชากรจีนจากข้อมูลของไอเอ็มเอฟ ปี 2009 นั้น คนจีนมีรายได้ต่อหัวที่ 6,779 เหรียญสหรัฐต่อปีต่อคน อยู่อันดับที่ 97 ของโลก ต่ำกว่าไทยอีกครับ ซึ่งอยู่ที่ 8,051 เหรียญสหรัฐต่อหัวต่อคน ส่วนสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือชาติยุโรปตะวันตกทั้งหลายไม่ต้องพูดถึงครับ ประเทศเหล่านั้นอยู่หัวตารางทั้งสิ้น

สรุปง่ายๆ ก็คือ พลังซื้อของชาวจีนโดยรวมนั้นยังไม่เพียงพอและยังไม่สม่ำเสมอ อันเนื่องมาจากปัญหาการกระจายรายได้ และปัญหาความแตกต่างของสังคมเมือง และสังคมชนบทที่ยังมีอยู่มาก จีนมีประชากรมาก แต่รวยก็รวยมาก จนก็จนแบบสุดโต่งนอนกันข้างถนนเยอะแยะครับ

การที่จีนบอกว่าจะต้องเร่งนำพาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่การพึ่งพาแรงซื้อภายในนั้น แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ แต่ก็จะไม่ใช่ภายใน 10 ปีนี้แน่นอน จีนยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งครับ กว่าที่จีนจะกล้าลดความสำคัญของภาคส่งออกลง เพราะว่าจีนมีประชากรหลักเป็นพันล้านคนนั้นแหละครับเป็นตัวประกันอยู่

ท่าทีล่าสุดของจีน จึงน่าจะมีขึ้นเพื่อลดดีกรีความตึงเครียดกับสหรัฐเท่านั้นครับ

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI