
เคาะแผนACMECS ไทยเจ้าภาพประชุมเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานไร้รอยต่อ5ชาติ
ครม.เห็นชอบแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี ติงตั้งกองทุนและทรัสต์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมภูมิภาคไร้รอยต่อ
ครม.เห็นชอบแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี ติงตั้งกองทุนและทรัสต์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมภูมิภาคไร้รอยต่อ
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี (2019-2023) และร่างปฏิญญากรุงเทพ เพื่อเสนอที่ประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 8 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ในวาระที่ประเทศไทยเจ้าภาพการประชุมในวันที่ 16 มิ.ย. 2561 ภายใต้หัวข้อ "การก้าวสู่ประชาคมแม่โขงที่เชื่อมโยงกัน" โดยทั้งหมด จะเป็นการเชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ร่วมมือกันแบบไร้รอยต่อทั้งด้านการค้า ลงทุน ขนส่งโลจิสติกส์และระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ จะมีการเสนอเอกสารรับรองผลลัพธ์ 2 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ปฏิญญา ดังกล่าวไม่ใช่สนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ร่างปฏิญญานี้เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ ของประเทศสมาชิกที่จะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความหลากหลายของ อนุภูมิภาคของ 5 ประเทศสมาชิก ทั้งจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเฉลี่ย 6-8% ต่อปี การเมืองที่มีเสถียรภาพ ภูมิศาสตร์ ความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานและมูลค่าของภูมิภาคและของโลก
สำหรับการสร้าง ACMECS ที่เชื่อมโยงกันในปี 2023 จะร่วมกันทำงานใน 3 เสาหลัก ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ โดยโครงสร้าง พื้นฐาน ทั้งท่าเรือ อากาศยาน เส้นทางน้ำในประเทศและทางทะเล 2.การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ ในความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การใช้กฎหมาย และระเบียบอย่างบูรณาการระหว่างสมาชิก 3.การพัฒนาภูมิภาคในลักษณะยั่งยืน โดยร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเทคโนโลยีให้ครอบคลุมสาขาสำคัญและขาดแคลน สร้างความแข่งขันใน ตลาดภูมิภาค เพื่อสอดรับกับตลาดโลก การร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ มีรายงานว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องการตั้งกองทุนและทรัสต์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานว่าอาจมีผลกระทบต่อระบบการเงินการคลัง ขอให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด







