
ชิลีปิดเหมืองหลังช่วยเหลือ33คนงาน
ประธานาธิบดีชิลีสั่งปิดเหมืองทันทีหลังให้การความช่วยเหลือ 33คนงานออกมาจากหลุมได้อย่างปลอดภัย
ประธานาธิบดีชิลีสั่งปิดเหมืองทันทีหลังให้การความช่วยเหลือ 33คนงานออกมาจากหลุมได้อย่างปลอดภัย
ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปีเญร่า ผู้นำชิลี เปิดเผยว่า เหมืองทองคำและทองแดง ซานโฮเซ่ ทางเหนือของประเทศซึ่งถล่มลงมาเมื่อ 70 วันก่อน และการช่วยเหลือคนงานทั้ง 33 คนเพิ่งเสร็จสิ้น จะไม่ได้เปิดทำการอีกต่อไป
แม้จะเปิดทำการมาแล้วถึง 125 ปีก็ตาม และจะได้มีปฏิรูปมาตรการด้านความปลอดภัยในกิจการเหมืองอีกด้วย โดยเบื้องตรวจได้มีการปิดเหมืองขนาดเล็กไปแล้ว 18 แห่งที่ละเมิดกฏด้านความปลอดภัย
ในส่วนของคนงานเหมือง 33 คนที่ได้รับช่วยเหลือขึ้นมาและกำลังอยู่ในระหว่างตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลโดยละเอียด อาจถูกครอบครัวห้ามให้กลับไปทำงานอีก เพราะเป็นห่วงด้านความปลอดภัยแม้เงินเดือนจะสูงถึงเดือนละ 1,600 เหรียญสหรัฐหรือ 4 หมื่น 8 พันบาทก็ตาม
นอกจากนี้ ครอบครัวคนงานเหมือง 27 คนเตรียมฟ้อง ร้องเอาค่าเสียจาก ซาน เอสเตบัน บริษัทเจ้าของเหมืองด้วย ขณะที่ นาย กิโญ่ คอร์เตซ ที่ก็เตรียมฟ้องร้องเอาเสียหาย จากบริษัทเจ้าของเหมืองจากการที่เขาต้องเสียขาซ้ายตั้งแต่หัวเข่าลงไประหว่างการระเบิดที่ปากเหมือง เช่นกัน
ล่าสุด ประธานาธิบดี ชิลี ได้เดินทางไปเยี่ยมคนงานเหมืองทั้ง 33 คนถึงโรงพยาบาล จากนั้นก็จะให้ไปเข้าพบที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงซานติเอโก้ ส่วนแพทย์ในโรงพยาบาล เปิดเผยว่า คนงานเหมืองอาจได้ออกจากโรงพยาบาลเร็วกว่าที่คาดไว้
ทั้งนี้ เหมืองทองคำและทองแดง ถือเป็นรายได้ร้อยละ 40 ของชิลี ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกิจการเหมืองยังอยู่ในระดับต่ำ โดยตามสถิติของ เซอร์ญ่าซีโอมิน สำนักธรณีวิทยาของชิลีระบุว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่เพียงปีละ 34 คน มีเพียงปี 2551 เท่านั้นที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 43 คน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เหมืองทองคำและทองแดงซานโฮเซ่ ถล่มคาดว่ามาจาก การให้คนงานทำงานเกินเวลาและฝ่าฝืนกฏระเบียบด้านความปลอดภัย







