
โพลชี้ชาวเกาหลีใต้เชื่อมั่นในตัว"คิมจองอึน"
สำรวจพบความนิยมนายคิมจองอึนพุ่งสูงในหมู่ชาวเกาหลีใต้ ด้านปธน.มุนแจอิน ได้คะแนนนิยมสูงสุดในบรรดาอดีตผู้นำเกาหลี
สำรวจพบความนิยมนายคิมจองอึนพุ่งสูงในหมู่ชาวเกาหลีใต้ ด้านปธน.มุนแจอิน ได้คะแนนนิยมสูงสุดในบรรดาอดีตผู้นำเกาหลี
ดูเหมือนว่าภายหลังจากการพบปะหารือครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ (27 เม.ย.) ที่ผ่านมาของผู้นำทั้งสองเกาหลี ตัวตนของนายคิมจองอึนที่แสดงออกมาในระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีมุนแจอิน นั้นได้สลายภาพลักษณ์อันแข็งกร้าวของเขาต่อชาวโลกเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะในหมู่ชาวเกาหลีใต้ ที่มีรายงานระบุถึงผลโพลของ Korea Research Center poll ซึ่งจะเผยแพร่ภายในสัปดาห์นี้ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้ร้อยละ 78 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขาเชื่อถือในตัวผู้นำเกาหลีเหนือ
ซึ่งตรงกันข้ามจากก่อนหน้านี้ที่ผลโพลของ Gallup Korea มีการสำรวจก่อนที่ทั้งสองผู้นำจะพบกัน ระบุว่ามีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เชื่อในตัวนายคิมจองอึน อย่างไรก็ดีในการประชุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาได้เกิดภาพที่ไม่เคยเห็นมากก่อนของนายคิมจองอึน ตั้งแต่ที่นายคิมก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าไปยังเกาหลีใต้ ก่อนที่จะทำเซอร์ไพรส์ด้วยการพานายมุนข้ามเขตแดนไปยังฟังเกาหลีเหนือ หลังจากนั้นทั้งสองได้ข้ามกลับมายังฝั่งใต้พร้อมกัน
หลังจากนั้นทั้งสองผู้นำได้นั่งพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเป็นเวลาราว 30 นาที ก่อนที่จะเริ่มการประชุมในรอบบ่าย นอกจากนี้ยังมีวาทะคำพูดในหลายๆประโยคที่นายคิมกล่าวอย่างติดตลก เช่นเมื่อประธานาธิบดีมุนบอกว่า เขาอยากเดินทางไปภูเขาแพ็กตูในฝั่งเกาหลีเหนือสักครั้ง นายคิมกล่าวว่างั้นเขาจะให้ตั๋วฟรีแก่นายมุน
ภาพลักษณ์ของนายคิมเมื่อวันศุกร์นี้ราวกับคนละคนที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อของเกาหลีเหนือ และสื่อของตะวันตกอย่างมาก ส่งผลให้กว่า 35 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสำรวจที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ MBC ของเกาหลีใต้ระบุว่า การประชุมที่ผ่านมานับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่อีกเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์รู้สึกประทับใจในภาพการข้ามพรมแดนพร้อมกันของนายมุนและนายคิม
ขณะที่คะแนนนิยมในตัวนายคิมเพิ่มมากขึ้นอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับประธานาธิบดีมุน ส่วนประธานาธิบดีมุนก็ได้รับคะแนนนิยมอย่างสูงสุดในบรรดาอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้เกือบทุกคน
อย่างไรก็ดีต้องติดตามต่อไปว่าเมื่อนายคิมพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ภายในช่วงปลายเดือนนี้ ทั้งสองจะมีท่าทีอย่างไร
ที่มา : https://www.bloomberg.com/
ภาพ .. AFP







