
ผู้นำโลกอาหรับเตือนมะกันหนุนยิวย้ายเมืองหลวง อาจเขย่าตะวันออกกลาง
ทรัมป์เมินคำเตือนจ่อย้ายสถานทูตไปเยรูซาเลม นานาชาติเตือนหากสหรัฐรับรองสถานะเมืองหลวงใหม่อิสราเอล เท่ากับทำลายสันติภาพอาหรับ
ทรัมป์เมินคำเตือนจ่อย้ายสถานทูตไปเยรูซาเลม นานาชาติเตือนหากสหรัฐรับรองสถานะเมืองหลวงใหม่อิสราเอล เท่ากับทำลายสันติภาพอาหรับ
รอยเตอร์ - สำนักพระราชวังจอร์แดนออกแถลงการอ้างพระดำรัสของกษัตริย์อับดุลเลาะห์ว่า ได้ทรงเตือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐว่าการที่สหรัฐมีแผนจะย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังนครเยรูซาเลม อาจสร้างกระแสความไม่พอใจในชาติอาหรับ และอาจสร้างความไม่พอใจกับชาวคริสต์เตียนและชาวมุสลิมทั่วโลก อีกทั้งจะเท่ากับสหรัฐให้การรับรองสถานนะของนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงใหม่ของอิสราเอล ซึ่งจะส่งผลให้การเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ต้องประสบปัญหาเนื่องจากด้านปาเลสไตน์ก็อ้างว่านครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของตนเช่นกัน
ขณะที่บีบีซีรายงานว่า นายมามูด อับบาส ได้ออกแถลงการณ์ว่าหากสหรัฐรับรองสถานะกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลจะเท่ากับทำลายกระบวนการสันติภาพของตะวันออกกลางทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ตามทั้งสองแถลงการที่ออกมานั้นไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดของกระบวนการย้ายสถานทูตว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ขณะที่นายเอ็มมานูเอล มาครงเตือนว่า การตัดสินอนาคตของเยรูซาเลมจะขึ้นอยู่กับชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์เท่านั้น
ล่าสุดด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวเผยว่ารัฐบาลสหรัฐยืนยันการประกาศรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงใหม่ของอิสราเอล ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐเป็นชาติแรกที่ให้การรับรองสถานะของอิสราเอลนับตั้งแต่ปี 1948
สำหรับที่ผ่านมาสถานะของนครเยรูซาเลมถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนต่อโลกอาหรับ โดยนครเยรูซาเลม เป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนายูดายของชาวยิว รวมถึงศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ ซึ่งจะขัดแย้งกับด้านปาเลสไตน์ที่มีชาติอาหรับหนุนหลังอยู่ โดยที่ผ่านมาต้องการให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของตนจึงทำให้เกิดความขัดแย้งกับอิสราเอลเรื่อยมา







