
เปิดประวัติ "เกรซ มูกาเบ" สตรีผู้เป็นชนวนเหตุรัฐประหารซิมบับเว?
‘กุชชี่เกรซ’หลังบ้านเผด็จการไปไม่ถึงฝัน
‘กุชชี่เกรซ’หลังบ้านเผด็จการไปไม่ถึงฝัน
ภายหลังจากกองทัพซิมบับเวเข้าควบคุมสถานการณ์ในประเทศ โดยกักตัว ประธานาธิบดี โรเบิร์ต มูกาเบ ไว้ในบ้านพักในกรุงฮาราเร ชื่อของ เกรซ มูกาเบ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ก็กลายเป็นที่สนใจขึ้นมาทันที เพราะชนวนเหตุที่ทำให้ทหารเคลื่อนรถถังเข้าเมืองน่าจะมาจากความต้องการหยุดยั้งไม่ให้ภริยาของผู้นำก้าวขึ้นมารับตำแหน่งรองประธานาธิบดีแทนที่ของ เอ็มเมอร์สัน เอมนันกากวา จนนำมาสู่วิกฤตทางการเมืองของสามี
เกรซมองว่าเอมนันกากวาเป็นคู่แข่งคนสำคัญที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีมูกาเบ ไม่นานมานี้เธอกล่าวหาว่าผู้สนับสนุนของอดีตรองประธานาธิบดีพยายามวางแผนก่อรัฐประหาร ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทำให้เอมนันกากวาถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการเคลียร์ทางให้เธอขึ้นมารับตำแหน่งแทน โดยที่สมาชิกในพรรครัฐบาลก็เห็นพ้องและเตรียมแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนหน้า แต่ฝันของเกรซต้องจบลงเสียก่อน
ก่อนก้าวสู่เส้นทางการเมือง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเชื้อสายแอฟริกาใต้เคยทำงานในตำแหน่งเลขานุการในทำเนียบประธานาธิบดี จึงมีโอกาสใกล้ชิดกับประธานาธิบดีมูกาเบจนทั้งคู่ได้สานสัมพันธ์กัน โดยที่มูกาเบยังอยู่ในสถานภาพสมรส มูกาเบและเกรซจัดงานแต่งงานอย่างหรูหราจนสื่อขนานนามว่าเป็นงานแต่งงานแห่งศตวรรษในปี 1996 หลังภรรยาคนแรกเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้ 4 ปี
เมื่อได้ตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างเป็นทางการแล้ว ไลฟ์สไตล์ความหรูหราฟุ้งเฟ้อเริ่มตามมา เธอปฏิเสธที่จะพำนักในทำเนียบของประธานาธิบดี แล้วสั่งให้สร้างคฤหาสน์ขึ้นใหม่ 2 หลัง มูลค่ารวม 52 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์นับพันล้านเหรียญสหรัฐในอีกหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ฮ่องกง รวมทั้งฟาร์มและเหมืองในซิมบับเว
สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งขึ้นชื่อเรื่องการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม จนได้ฉายาว่า “กุชชี่เกรซ” และ “นักช็อปหมายเลขหนึ่ง” มีรายงานว่าเธอเคยใช้เงินจับจ่ายสินค้าหรูที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสครั้งเดียว 100,000 เหรียญสหรัฐ การช็อปปิ้งอย่างหนักหน่วงของเธอกลายเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากประชาชนซิมบับเวส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นจากปัญหาการคอร์รัปชั่นและความแห้งแล้ง นอกจากนี้ เกรซยังถูกกล่าวหาว่าแอบยักยอกผลกำไรจากเหมืองเพชรเพื่อซื้อข้าวของหรูหราปรนเปรอตัวเอง
เกรซในวัย 52 ปี เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทโดดเด่นทางการเมืองช่วงปี 2014 หลังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสันนิบาตสตรีของพรรคสหภาพแห่งชาติซิมบับเวแอฟริกัน หรือซานู-พีเอฟ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ทำให้เธอได้ตำแหน่งสมาชิกวิสามัญของกรมการเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตัดสินใจนโยบายสำคัญของประเทศ
ต่อมาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจาก ม.ซิมบับเว แต่ก็มีเสียงวิจารณ์อีกว่าเธอไม่ได้เข้าเรียนจริง ซ้ำยังสร้างความสงสัยมากขึ้นเนื่องจากไม่มีการเปิดเผยวิทยานิพนธ์ของเธอต่อสาธารณชน
นอกจากนี้ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งยังจัดงานชุมนุมซึ่งเจ้าตัวมักจะใช้เป็นเวทีในการต่อสู้ปกป้องประธานาธิบดีมูกาเบผู้เป็นสามีจากฝ่ายตรงข้าม และเคยเอ่ยถึงความใฝ่ฝันในการปกครองซิมบับเวไว้เมื่อปี 2014 ว่า “มีคนบอกว่าฉันอยากเป็นประธานาธิบดี ทำไมฉันจะไม่อยากเป็นล่ะ ฉันก็เป็นคนซิมบับเวคนหนึ่งเหมือนกัน”
ส่วนปัจจุบันนี้ สำนักข่าวเดอะ การ์เดียน รายงานโดยอ้างตัวแทนพรรครัฐบาลและสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่า เกรซเดินทางออกจาซิมบับเวไปยังนามิเบียแล้ว อย่างไรก็ดี ทางการนามิเบียยังไม่ยืนยันข่าวดังกล่าว
ที่มา : M2FNews







