
ครีเอทีฟฮับ ผลักดันเศรษฐกิจ
หลายคนอาจเคยได้ยินแนวคิดการสร้างศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟฮับ) ซึ่งเป็นพื้นที่กระตุ้นการเรียนรู้
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
หลายคนอาจเคยได้ยินแนวคิดการสร้างศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟฮับ) ซึ่งเป็นพื้นที่กระตุ้นการเรียนรู้ สร้างระบบนิเวศเอื้อต่อผู้ประกอบการ โดยภาครัฐและเอกชนในอาเซียนเริ่มให้ความสนใจ
สำหรับตัวอย่างครีเอทีฟฮับในประเทศไทย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ร่วมกับบริติช เคานซิล ผลักดันยุทธศาสตร์ย่านสร้างสรรค์ไทยปั้นครีเอทีฟฮับ นำร่องในพื้นที่เจริญกรุง ซึ่งเป็นที่รวมตัวของคนทำงานสร้างสรรค์ สนับสนุนการสร้างเครือข่ายการพัฒนาธุรกิจ และการทำงานร่วมกับชุมชนในภาคส่วนงานสร้างสรรค์วัฒนธรรมและเทคโนโลยี
แอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เผยว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2540 ทั้งนี้ในปี 2551 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของสหราชอาณาจักรมีมูลค่า 8.7 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมการบินของประเทศ
ขณะที่ครีเอทีฟฮับจะมีหลายขนาดและหลายรูปแบบ รวมถึงอาจมีคำเรียกอื่นๆ ต่างกันไป เช่น กลุ่มสหกรณ์ ห้องปฏิบัติการ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ อาจทำในรูปแบบสตูดิโอที่รวมกลุ่มคนหรือธุรกิจขนาดเล็กใช้พื้นที่การทำงานร่วมกัน (Co-working space) ศูนย์พื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นที่ใช้ทำกิจกรรม เช่น นิทรรศการ
นอกจากนี้ครีเอทีฟฮับอาจเป็น รูปแบบพื้นที่ออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ชมที่กระจายตัวกัน หรือ ธุรกิจสร้างสรรค์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์หนึ่งๆ ร่วมกัน ซึ่งจะเน้นไปที่การทดลองทำงานกับชุมชน โดยการจัดตั้งครีเอทีฟฮับอาจเป็นธุรกิจ แสวงหาผลกำไร หรือไม่แสวงหาผลกำไรก็ได้
กิตติรัตน์ ปิติพานิช รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งาน ออกแบบ (TCDC) บอกว่า หัวใจสำคัญของย่านสร้างสรรค์คือ การผสาน ความคิด ทัศนคติและวิถีชีวิตของผู้คนในย่านนั้นๆ ให้มีความเข้าใจ ความคิดเห็นและเป้าหมายในการพัฒนาย่าน ดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจัยหลัก 9 ประการที่ผลักดันให้เกิดครีเอทีฟฮับ ได้แก่
1.เครือข่ายความร่วมมือในระดับชุมชน
2.องค์กรหรือสถาบันทางวัฒนธรรมในพื้นที่
ปัจจัยที่ 3 คือ การให้ประโยชน์ทางระบบภาษีและการสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ย่านประวัติศาสตร์
4. ที่อยู่อาศัยและที่ทำงานสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการและบุคลากรใน กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
5. เครือข่ายและการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และบุคลากรสร้างสรรค์
6. ระบบนิเวศเชิงสร้างสรรค์ภายในพื้นที่
7. โครงการและสถานที่ เพื่อ การบ่มเพราะทักษะ
8. แผนพัฒนาเศรษฐกิจในระดับย่าน และ
9.กลไกสนับสนุนทางการเงินและการให้สิทธิประโยชน์
เฟเลนเซีย ฮูตาบารัต ผู้จัดการศูนย์ โคเวิร์กกิ้ง อินโดนีเซีย แชร์ข้อมูลว่า ธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซในอินโดนีเซียเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยโคเวิร์กกิ้ง สเปซในอินโดนีเซียมีประมาณ 157 แห่งทั่วประเทศ แต่ยังกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่ง 48% ของผู้ใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซในอินโดนีเซียเป็น กลุ่มสตาร์ทอัพ
ทั้งนี้ ธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซในอินโดนีเซียจะแตกต่างจากสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งมีรูปแบบที่แข็งแกร่งกว่าและข้อจำกัดน้อยกว่า ซึ่งอินโดนีเซียมีข้อจำกัดด้านราคาการเช่าอาคาร ผู้ประกอบการบางรายจึงไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้
หัวใจสำคัญของโคเวิร์กกิ้งสเปซ คือ การเชื่อมโยงชุมชนและการทำงานร่วมกัน ซึ่งชุมชนที่เชื่อมโยงเป็น อัตลักษณ์ร่วมในภูมิภาคอาเซียน และการรวมกลุ่มดังกล่าวจะผลักดันความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สร้างมูลค่าในหลายมิติ







