posttoday
มะกันวอล์กเอาต์ต้านผู้นำอิหร่าน

มะกันวอล์กเอาต์ต้านผู้นำอิหร่าน

25 กันยายน 2553

วอล์กเอาต์กันกระหน่ำหลังผู้นำอิหร่านขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ จวกสหรัฐมีส่วนก่อเหตุวินาศกรรม 9/11 เสียเอง

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ในระหว่างการประชุมใหญ่แห่งสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งผู้นำชาติต่างๆ ได้เวียนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดยในปีนี้ประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดินจัด แห่งอิหร่านขึ้นกล่าวและแฉว่า มีหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐบงการอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. เมื่อ 9 ปีก่อน ที่ผู้ก่อการร้ายลงมือโจมตีสะเทือนโลกในมหานครนิวยอร์ก และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การกล่าวหาดังกล่าวถึงกับทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทูต และบรรดาผู้แทนของสหรัฐต้องวอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุมเพื่อประท้วงในทันที

นอกจากนั้น ผู้แทนจากสหภาพยุโรปทั้งหมด 27 ชาติยังได้วอล์กเอาต์ออกตามกันไป รวมไปถึงผู้แทนจากสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา และคอสตาริกา

มาร์ค คอร์นเลา โฆษกฝ่ายผู้แทนสหรัฐประจำสหประชาชาติยังได้ออกแถลงการณ์หลังจากนั้นว่า อาห์มาดินจัดได้เลือกที่จะนำเสนอทฤษฎีสมคบคิดขึ้นอีกครั้ง และยังแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านชาวยิว แสดงถึงความรู้สึกเกลียดชัง และสร้างภาพ ลวงตาขึ้น ซึ่งสหรัฐก็คาดการณ์เอาไว้แล้ว

กระนั้นก็ตาม ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในครั้งนี้ อิหร่านยังจะคงเป็นประเด็นสำคัญอยู่ต่อไป โดยเฉพาะในการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการหารือถึงปัญหาของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านขึ้น

ในถ้อยแถลงของรองนายกรัฐมนตรี นิค เกลกก์ ของอังกฤษนั้น ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า อังกฤษมีความยินดีต่อความคืบหน้าของการประชุมมหาอำนาจ 6 ฝ่าย อันประกอบด้วย สหรัฐ จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ที่จะดึงให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งหนึ่ง

“ประเด็นความวิตกของโลกถูกบิดเบือนไปด้วยการกล่าวหาของประธานาธิบดี อาห์มาดินจัด ซึ่งถ้อยแถลงของเขานั้นมีความตั้งใจที่จะบิดเบือนความสนใจของโลกไปจากปัญหานิวเคลียร์ และเพื่อที่จะสร้างหัวข่าวขึ้นเท่านั้น ซึ่งไม่ควรที่จะให้ความสนใจ” ถ้อยแถลงของเกลกก์ ระบุ

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านมาแล้วถึง 4 ครั้ง เพื่อกดดันให้อิหร่านยุติกระบวนการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญต่อการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ และให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทางด้านอิหร่านก็ปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่มีความตั้งใจที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด ซึ่งโครงการนิวเคลียร์ในประเทศนั้นเป็นไปอย่างสันติเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของอาห์มาดินจัดนั้น ผู้นำอิหร่านได้กล่าวขึ้นอย่างสั้นๆ ด้วยว่า ตามรายละเอียดของสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์นั้น ก็อนุญาตให้ทุกชาติที่ลงนามสามารถใช้พลังงานนิวเคลียร์ไปในทางสันติเช่นกัน

กระนั้น ผู้นำอิหร่านชี้ว่า กลับมีสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติบางชาติเสียเองที่นำพลังงานนิวเคลียร์ไปผลิตระเบิดนิวเคลียร์ และก็ยังเดินหน้าขยายและพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ต่อไปด้วย อย่างสหรัฐนั้นได้ใช้งบประมาณกว่า 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการสร้างหัวรบนิวเคลียร์

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน