posttoday
ผลประโยชน์ค้ำคอ โลกเสียงแผ่วแก้โรฮีนจา

ผลประโยชน์ค้ำคอ โลกเสียงแผ่วแก้โรฮีนจา

09 กันยายน 2560

ยูเอ็นเอชซีอาร์เผยโรฮิงญา 270,000 คนหนีตายเข้าบังกลาเทศ ในขณะที่รายงานเผยพม่าห่วงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ยูเอ็นเอชซีอาร์เผยโรฮิงญา 270,000 คนหนีตายเข้าบังกลาเทศ ในขณะที่รายงานเผยพม่าห่วงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

วิกฤตความรุนแรงในรัฐยะไข่ ของเมียนมา ซึ่งปะทุขึ้นมารอบใหม่นับตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ทำให้ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และตุรกี ออกมากดดัน “อองซานซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาอย่างหนัก จากการที่ไม่สามารถหยุดยั้งปฏิบัติการกวาดล้างชนกลุ่มน้อยและแก้ไขปัญหาเรื้อรังนี้ได้

ในทางตรงกันข้าม บรรดาประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆ กลับไม่ออกมาเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากหวั่นเกรงจะเป็นการบั่นทอนสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศตัวเองและเมียนมา โดยนิตยสารนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่าปัจจุบัน เมียนมากำลังเป็นหนึ่งในประเทศเนื้อหอมที่หลายชาติหมายตาเข้ามาทำการค้าและการลงทุน หลังเศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวถึง 6.4% เมื่อปี 2016 ส่วนการใช้จ่ายผู้บริโภคก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

รายงานระบุว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเมียนมา ซึ่งมูลค่าการค้าทั้งหมดระหว่าง 2 ประเทศ อยู่ที่ 9,446 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.12 แสนล้านบาท) ในช่วงปีงบ 2016-2017 นอกจากนี้ จีนยังเข้ามาลงทุนในเมียนมามากที่สุดในขณะนี้

นิกเกอิรายงานว่า จีนคัดค้านการให้นานาชาติเข้าไปแทรกแซงกรณีการแก้วิกฤตโรฮีนจา ระหว่างการประชุมสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) เมื่อเดือน ส.ค. โดยระบุว่า “เป็นเรื่องภายในที่ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ในชั่วข้ามคืน” โดยญี่ปุ่นมีท่าทีคล้ายคลึงกับจีนเช่นกัน ในการไม่ผลักดันให้ประชาคมโลกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทราโมดี ของอินเดีย เดินทางไปพบปะกับอองซานซูจี หลังความรุนแรงในรัฐยะไข่ปะทุขึ้น โดยโมดีระบุชัดว่า ความสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลคือการรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีของสองประเทศเอาไว้ และหันไปคุยกันเรื่องความร่วมมือพัฒนาท่าเรือในเมืองซิตตเว รัฐยะไข่

 

ผลประโยชน์ค้ำคอ โลกเสียงแผ่วแก้โรฮีนจา

 ด้าน UNHCR เผยชาวโรฮินจา 270,000 คนหนีตายจากรัฐยะไข่เข้าบังกลาเทศ โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวโรฮินจาราว 270,000 คนได้หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ของเมียนมา เพื่อเข้าลี้ภัยในบังกลาเทศ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรัฐดังกล่าวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

UNHCR ระบุว่า เมื่อพิจารณาถึงจำนวนผู้อพยพชาวโรฮินจาที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังที่ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อให้ชาวโรฮีนจาจะไม่ถูกบังคับให้ต้องหลบหนีออกจากประเทศ โดยจะสามารถกลับไปยังบ้านเรือนได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ความรุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค. จากการที่ชาวโรฮีนจาได้ลุกฮือขึ้นทำการโจมตีพร้อมกันต่อสถานีตำรวจ ด่านรักษาความมั่นคง รวม 30 แห่ง และฐานทัพทหาร 1 แห่ง ส่งผลให้ทางการเมียนมาทำการตอบโต้ชาวโรฮีนจาอย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 400 คน และทำให้ชาวโรฮีนจากว่า 200,000 คนต้องอพยพไปยังบังกลาเทศ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน