
เกาหลีใต้เสริมแกร่งกองทัพ ซื้ออาวุธสหรัฐเพิ่มรับโสมแดงยั่วยุ
เกาหลีใต้เสริมแกร่งรับภัยคุกคาม ปลดล็อกหัวรบขนาดใหญ่ คาดเกาหลีเหนือเตรียมยิงก่อน 9 ก.ย.นี้
เกาหลีใต้เสริมแกร่งรับภัยคุกคาม ปลดล็อกหัวรบขนาดใหญ่ คาดเกาหลีเหนือเตรียมยิงก่อน 9 ก.ย.นี้
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ตกลงขายอาวุธและยุทโธปกรณ์หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับเกาหลีใต้ ระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีมุนแจอิน ของเกาหลีใต้ หลังเกาหลีเหนือทดสอบระเบิดไนโตรเจน เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่เกาหลีใต้ยังจะขอให้สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินรบมายังคาบสมุทรเกาหลี
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังได้ข้อตกลงกับสหรัฐในการยกเลิกข้อจำกัดขนาดของหัวรบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีของเกาหลีใต้ โดยนิวเคลียร์เธรทอินิชิเอทีฟ สถาบันคลังสมองในสหรัฐ ระบุว่า ตามแนวทางขนาดหัวรบเดิมนั้น เกาหลีใต้สามารถมีขีปนาวุธพิสัยไม่เกิน 800 กิโลเมตร และขนาดไม่เกิน 500 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเกาหลีเหนือที่มีขีปนาวุธขนาด 100-1,000 กิโลกรัม
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์เอเชีย บิซิเนสเดลี ของเกาหลีใต้ รายงานว่า เกาหลีเหนือจะทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ก่อนวันที่ 9 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เกาหลีเหนือเคยทดสอบนิวเคลียร์เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และกำลังเคลื่อนขีปนาวุธดังกล่าวไปติดตั้งบริเวณชายฝั่งตะวันตก เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยอาศัยความมืดในเวลากลางคืนช่วยปกปิดการตรวจสอบ
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและอีกหลายชาติต้องการให้เพิ่มการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันกับเกาหลีเหนือ ขณะที่ทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐกำลังพิจารณายุติการทำธุรกิจกับทุกชาติที่ทำการค้ากับเกาหลีเหนือโดยจีนและรัสเซียมีสิทธิวีโต้ในยูเอ็นเอสซี
ด้านประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ประณามการทดสอบนิวเคลียร์รอบล่าสุดของเกาหลีเหนือ เนื่องจากถือเป็นการยั่วยุ
อย่างไรก็ตาม ปูติน เปิดเผยว่า การคว่ำบาตรเป็นหนทางที่ไร้ประโยชน์และไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเกาหลีเหนือจะไม่ละทิ้งโครงการพัฒนาอาวุธจนกว่าจะรู้สึกปลอดภัย โดยการค้าน้ำมันเป็นแค่ส่วนเล็กน้อย ซึ่งรัสเซียส่งน้ำมันให้เกาหลีเหนือน้อยมาก อยู่ที่ 4 หมื่นตันในแต่ละไตรมาส







