
ไล่ล่ากลุ่มคลั่งผิวขาว แห่ประจานให้ตกงาน
ปะทะเดือด กระแสชาตินิยมผิวขาว เหตุไม่พอใจย้ายอนุสาวรีย์สงครามกลางเมือง
ปะทะเดือด กระแสชาตินิยมผิวขาว เหตุไม่พอใจย้ายอนุสาวรีย์สงครามกลางเมือง
การชุมนุมของกลุ่มเชื้อชาตินิยมคนผิวขาว และกลุ่มการเมืองหัวรุนแรงนิยมนาซี ที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผิวขาวเป็นใหญ่กับกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ต่อต้านการเหยียดผิว จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อกลุ่มเชื้อชาตินิยมรายหนึ่งขับรถพุ่งชนกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายตรงข้าม จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 19 ราย นอกจากนี้ ยังเกิดการปะทะขึ้นอีกจุดมีผู้บาดเจ็บ 15 ราย
มูลเหตุของความวุ่นวายเริ่มต้นจากกลุ่มเชื้อชาตินิยมที่ไม่พอใจคำสั่งของทางการรัฐเวอร์จิเนีย ให้โยกย้ายอนุสาวรีย์ของนายพลฝ่ายใต้ยุคสงครามกลางเมืองออกไป ซึ่งฝ่ายใต้เป็นฝ่ายที่สนับสนุนระบบทาส จึงเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่เชื้อชาติที่รัฐบาลท้องถิ่นพยายามลบล้าง กลุ่มเชื้อชาตินิยมจึงรวมตัวกันครั้งใหญ่เพื่อแสดงจุดยืนว่าคนผิวขาวจะไม่มีวันยินยอม แต่ปรากฏว่าสาธารณชนไม่เห้นด้วย จึงเกิดการเผชิญหน้าและกลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้น
การกระทำของฝ่ายเหยียดผิวทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงไปทั่วประเทศ นักการเมืองชั้นนำของประเทศต่างเรียกร้องให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการก่อการร้ายอย่างหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมาทำเนียบขาวมีแถลงการณ์ยืนยันว่า ทรัมป์ประณามความรุนแรงทุกประเภท ซึ่งรวมถึงลัทธิที่ยกคนผิวขาวเหนือกว่าเชื้อชาติอื่น และกลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายชี้ว่า การที่กลุ่มเหยียดผิวและกลุ่มคลั่งเชื้อชาติออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากท่าทีของทรัมป์ที่ชูนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ และนโยบายที่ส่อไปในทางเหยียดเชื้อชาติ เช่น การกีดกันผู้อพยพ อีกทั้งกลุ่มหัวรุนแรงยังแสดงท่าทีชื่นชมทรัมป์เป็นพิเศษ และจากเหตุการณ์ล่าสุดยังพบว่า ทรัมป์ยังสงวนท่าที เพียงแต่ปล่อยให้ทำเนียบข่าวมีแถลงการณ์อ้างชื่อเขาเท่านั้น
ด้านสาธารณชนในสหรัฐบางกลุ่ม ซึ่งไม่พอใจกับความรุนแรงจากน้ำมือของฝ่ายคลั่งเชื้อชาติ ต่างออกมาเคลื่อนไหวและไล่ล่ากลุ่มดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยช่วยกันค้นหาตัวตนผ่านทางภาพถ่ายของกลุ่มขวาจัดที่ปรากฏตามสื่อ และเมื่อพบแล้วจะโพสต์ภาพและชื่อจริงของบุคคลนั้นในเครือข่าย Twitter เพื่อเป็นการประจาน แต่กลับมีผลให้ผุ้ชุมนุมฝ่ายขวาบางคนถูกไล่ออกจากงานในที่สุด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นจากผู้ใช้งานชื่อ Yes, You’re Racist ซึ่งเริ่มค้นหาภาพและข้อมูลของสมาชิกฝ่ายขวาจัด ประเดิมด้วยผู้ชุมนุมที่ชื่อ โคล ไวท์ ซึ่งเป็นพนักงานของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเบิร์กลีย์ โดยต่อมาทางร้านอาหารแถลงว่า ได้ไล่ไวท์ออกจากงานแล้วจากการที่เขาไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มหัวรุนแรง ต่อมาทางแอคเคาน์ดังกล่าวยังตามไล่ล่าผู้ที่ปรากฏตัวในภาพข่าวอีกหลายคน พร้อมกับชื่อจริงและสังกัด เช่น สถานศึกษา และที่ทำงาน
การกระทำของ Yes, You’re Racist ได้รับการตอบรับจากกลุ่มต่อต้านการเหยียดผิวและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดชาตินิยม แต่มีกระแสตอบโต้เช่นกันว่า การประจานดังกล่าวไม่เคารพความเห็นต่าง ขัดแย้งกับสิทธิในการแสดงความเห็นอย่างเสรี และมีอคติทางการเมือง เพราะแม้ว่ากลุ่มเหยียดผิวจะมีทัศนคติที่ไม่พึงประสงค์ แต่พวกเขายังมีสิทธิในการแสดงทัศนะของตัวเอง ตราบเท่าที่ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มที่ถูกประจานอาจไม่มีส่วนกับความรุนแรงจนมีใผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทว่า การเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้มีส่วนให้เกิดเรื่องกระทบกระทั้่งกันขึ้น
ที่มา : M2FNews







