
ไข่ปนเปื้อนระบาดทั่วยุโรป
พบยาฆ่าปลวกต้องห้ามส่งออกทั่ว11ประเทศ ภาครัฐกุมขมับเรียกประชุมฉุกเฉิน
พบยาฆ่าปลวกต้องห้ามส่งออกทั่ว11ประเทศ ภาครัฐกุมขมับเรียกประชุมฉุกเฉิน
โพสต์ทูเดย์ - อียูเรียกถกฉุกเฉินเจอไข่ต้มปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ระบาดไปแล้วอย่างน้อย 15 ชาติทั่วยุโรป
ไวเทนิส อันดรีอูไคติส คณะกรรมการสาธารณสุขสหภาพยุโรป (อียู) จัดประชุมฉุกเฉินระดับภูมิภาค หลังเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี ต่างกล่าวโทษกันและกัน กรณีพบไข่ต้มปอกเปลือกปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลงส่งออกมาจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพบแล้วอย่างน้อย 15 ประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. แต่ยังไม่ทราบสาเหตุการปนเปื้อน
อังกฤษพบไข่ปนเปื้อนมากกว่า 7 แสนฟอง มากกว่าคาดการณ์ในตอนแรกที่ 2.1 หมื่นฟอง ส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างน้อย 4 รายต่างยกเลิกการขายสลัดไข่และแซนด์วิชไข่ ซึ่งใช้ไข่ต้มปอกเปลือกเป็นวัตถุดิบ ขณะที่เดนมาร์กพบไข่ปนเปื้อนมากกว่า 20 ตัน ส่วนโรมาเนียยึดไข่ต้องสงสัยปนเปื้อนก่อนถึงชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตไว้ 1,000 กิโลกรัม
สตีฟานี ทราเวิร์ท รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ไข่ปนเปื้อนดังกล่าวขายไปแล้วเกือบ 2.5 แสนฟองนับตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นมา โดยนำเข้ามาจากทั้งเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์
ก่อนหน้านี้ คริสเตียน ชมิดต์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรเยอรมนี กล่าวว่า การใช้ยาฆ่าแมลงฟิโพรนิล เพื่อกำจัดปลวก เห็บ และหมัดกับปศุสัตว์ซึ่งใช้สำหรับการบริโภคผิดกฎหมายทางอาญา และมีองค์กรผิดกฎหมายอยู่เบื้องหลัง
ด้านเยอรมนีนำเข้าไข่ 5 ล้านตันจากเนเธอร์แลนด์ในปีที่แล้ว โดยบีเอเอสเอฟ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดในโลกจากเยอรมนี ประกาศจะหยุดขายยาฆ่าแมลงฟิโพรนิลให้กับเกษตรกรสำหรับพืชและปศุสัตว์ โดยจะไม่ยื่นขอขยายระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้สารเคมีดังกล่าวในการเกษตรกรรมกับเจ้าหน้าที่อียู แต่ยังคงขายสำหรับใช้นอกภาคเกษตรกรรม
ขณะที่เบลเยียมโทษเนเธอร์แลนด์ว่า ละเลยในการจัดการกับการใช้สารเคมีดังกล่าว ซึ่งพบมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2016 และยังไม่แจ้งเตือนไปยังประเทศอื่น โดยเนเธอร์แลนด์พบฟาร์ม 180 แห่งใช้สารเคมีดังกล่าว และปิดฟาร์มไป 138 แห่ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ อียูมีกฎห้ามใช้ยาฆ่าแมลงฟิโพรนิลในปศุสัตว์ซึ่งใช้สำหรับการบริโภค โดยองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า สารเคมีดังกล่าวมีพิษระดับปานกลาง หากบริโภคปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจเป็นอันตรายต่อตับ ไทรอยด์ และไตได้ ขณะที่องค์กรความปลอดภัยอาหารเดนมาร์ก ระบุว่า การบริโภคไข่ปนเปื้อนอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และอาการชักได้
ทว่า องค์กรความปลอดภัยทางอาหารอังกฤษ ระบุว่า จำนวนไข่ปนเปื้อนมีจำนวนน้อยมาก ไม่ถึง 1% ของไข่ทั้งหมดในประเทศ จึงยังไม่สร้างความเสี่ยงต่อคนทั่วไป ขณะที่รัฐมนตรีเกษตรฝรั่งเศส ระบุว่า สารเคมีที่ปนเปื้อนในไข่มีปริมาณน้อย จึงมีความเสี่ยงต่อผู้บริโภคต่ำ







