
ฮ่องกงเอเชียมาแรงศูนย์กลางการเงินโลก
ฮ่องกงขึ้นเทียบชั้นนิวยอร์กลอนดอน ศูนย์กลางทางการเงินโลก สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ โซลมาแรง ไทยเกาะกลุ่มท้ายตาราง
ฮ่องกงขึ้นเทียบชั้นนิวยอร์กลอนดอน ศูนย์กลางทางการเงินโลก สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ โซลมาแรง ไทยเกาะกลุ่มท้ายตาราง
โกลบอล ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์ อินเด็กซ์ เปิดเผยผลการจัดอันดับ 75 ศูนย์กลางการเงินของโลก เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ปรากฏว่า กรุงลอนดอน ของอังกฤษ รั้งเบอร์ 1 ศูนย์กลางทางการเงินโลก ส่วนอันดับ 2 เป็นของมหานครนิวยอร์คในสหรัฐ และฮ่องกงตามมาเป็นอันดับ 3
การจัดอันดับดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานการสำรวจความเห็นจากกลุ่มคนในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเกณฑ์วัดในด้านต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ตลอดจนการเข้าถึงตลาด และระบบสาธารณูปโภค ซึ่งปรากฏว่าในปีนี้หลายเมืองในเอเชียได้ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว อย่างเช่นมหานครเซี่ยงไฮ้ของจีน และกรุงโซลของเกาหลีใต้
ซีเยน กรุ๊ป สถาบันนักคิดในกรุงลอนดอน ให้ความเห็นว่า สำหรับนิวยอร์กและลอนดอนนั้น แทบจะไม่มีความแตกต่างในอันดับที่ปรากฏ เนื่องจากเชื่อว่าทั้งนิวยอร์กและลอนดอนนั้นต่างก็ต้องพึ่งพาและทำงานร่วมกันไปเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย
“ฮ่องกงได้เข้ามาร่วมวงกับลอนดอนและนิวยอร์กแล้ว ส่วนสิงคโปร์ก็อาจจะเข้ามาร่วมในเร็วๆ นี้”
ทั้งนี้ สิงคโปร์รั้งอยู่ที่อันดับ 4 ตามมาด้วยโตเกียว เซี่ยงไฮ้ ชิคาโก ซูริก เจนีวา และมหานครซิดนีย์ของออสเตรเลีย
ในรายงานระบุด้วยว่า ใน 4 อันดับแรกของโลกนั้น ซึ่งประกอบไปด้วย นิวยอร์ก ลอนดอน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ได้เป็นผู้ควบคุมสัดส่วนการทำธุรกรรมทางการเงินมากกว่าส่วนใหญ่ของโลก คิดเป็นมากกว่า 70% ผ่านการซื้อขายหุ้น และดูเหมือนว่าจะยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดการเงินไปอีกนานทีเดียว
รายงานชี้ด้วยว่า เมืองต่างๆ ในเอเชียก็เริ่มที่จะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในด้านนี้มากขึ้น อย่างเช่นเซี่ยงไฮ้ที่ทะลุขึ้นมาในท็อป 10 ได้เป็นครั้งแรก ส่วนโซลก็ทะลุขึ้นมาได้ในอันดับ 25 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดตั้งแต่จัดมา
นอกจากนั้น จากการสำรวจยังพบว่าคนส่วนใหญ่เห็นว่าศูนย์กลางทางการเงิน 5 แห่งใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในแวดวงการเงินโลกในช่วง 23 ปีข้างหน้านี้ จะประกอบไปด้วย เมืองเสิ่นเจิ้น เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ โซล และกรุงปักกิ่ง ส่วนกรุงเทพฯ รั้งอันดับที่ 60 จากทั้งหมด 75 เมือง
ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่เอเชียกำลังเพิ่มบทบาทในด้านการเงินเพิ่มมากขึ้น แต่ทว่าก็มีศูนย์กลางทางการเงินโพ้นทะเลหลายแห่งที่ถูกลดความสำคัญลงไป ซึ่งได้แก่ หมู่เกาะเคย์แมน มอลตา และดูไบซึ่งถูกลดความสำคัญไปนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา







