
ตราด "โกลเด้นเกต" เชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค
ตราดมีศักยภาพการขนส่งทางเรือ หรือเป็น “โกลเด้นเกต” สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทางบกและทางน้ำได้
โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และหนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) จัดกิจกรรมใหญ่ โครงการ “CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก” ในโปรแกรมลำดับที่ 3 ของปีนี้ หัวข้อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดตราด-เกาะกง กัมพูชา” ระหว่างวันที่ 24-26 ก.ค. ณ โรงแรมบ้านปูรีสอร์ท จ.ตราด พร้อมจัดเสวนาโต๊ะกลม ในหัวข้อ เมืองตราด สะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงอินโดจีน
สุมิตร เขียวขจี อดีตประธานสมาพันธ์เอสเอสอี จ.ตราด สะท้อนภาพจังหวัดว่าตราดเปรียบเหมือนเขตชายฝั่งเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ มีเขตพื้นที่ติดต่อกับกัมพูชาใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พระตะบอง สีหนุวิลล์ และโพธิสัตว์ โดย 3 พื้นที่รวมกันมีประชากรรวมกันกว่า 2 ล้านคน โดยมองว่า จ.ตราด เป็นประตูการส่งออก และนำเข้าสินค้าเกษตร เพื่อนำมาแปรรูป ซึ่งตราดเปรียบเหมือนประเทศสิงคโปร์ ที่เป็นชาติการค้า (เทรดเดอร์) นำเข้าและส่งออก ซึ่งตราดมีศักยภาพการขนส่งทางเรือ หรือเป็น “โกลเด้นเกต” สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทางบกและทางน้ำได้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และศึกษาพื้นที่ในกัมพูชาว่าแต่ละโซนมีความเชี่ยวชาญด้านใด เช่น โซนเกษตร อำเภอสำรูด กัมพูชา ต้องหาวิธีขายของมาสร้างและแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว การค้าชายแดน ซึ่ง จ.ตราด เป็นประตูที่สามารถเชื่อมโยงทุกด้าน ไปทั้งฮ่องกง กว่างเจา โดยของทุกอย่างออกจากแหลมฉบังจะอ้อมมาออกที่ จ.ตราด เห็นได้ว่ามีศักยภาพเชื่อมโยงไปได้กับภาคการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และทำการแปรรูปเกษตรกร
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลให้มาน้อยเกินไป ควรพิจารณาให้ทั้งจังหวัด จากที่ได้เพียง อ.คลองใหญ่ แห่งเดียว ทั้งๆ ที่แต่ละพื้นที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์การลงทุน 8 บวก 3 คือ ด้านเครื่องจักรไม่เสียภาษีรายได้ 8 ปี และบวกอีก 3 ปี รวมถึงการให้สิทธิการลงทุนด้านการท่องเที่ยว เกาะหมาก เกาะช้าง เกาะกรูด คาดสนับสนุนการสร้างโรงแรมระดับ 200-300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกมาก
พิพัฒน์ ฤกษ์สหกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด กล่าวว่า จ.ตราดได้ร่วมหารือกับรองผู้ว่าการจังหวัดพระตะบอง ถึงแนวทางส่งเสริมการนำวัตถุดิบจากพระตะบองมาแปรรูปด้านการเกษตรกับ จ.ตราด ด้านใดบ้าง ปัจจุบันพระตะบองมีการผลิตข้าวปริมาณ 7.5 แสนตันบริโภคภายในประเทศเพียง 2 แสนตันผลิตข้าวโพด 3 แสนตัน/ปี ถั่วเหลือง 5,000 ตัน/ปี
นอกจากนี้ สินค้าที่น่าสนใจด้านเกษตร เช่น มะม่วงแก้วขมิ้นของกัมพูชา ซึ่งเหมาะกับการแปรรูปทางเกษตร ที่มีความน่าสนใจกับทุเรียนของประเทศไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสามารถส่งออกไปขายยังตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ ซึ่งกัมพูชาและตราดควรร่วมมือกันคิดวิธีการนำผลไม้ว่าจะมาแปรรูปในลักษณะใดบ้าง
จักรพรรดิ์ ตะเวทีกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวว่า การมีเขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดขึ้นใน จ.ตราด เชื่อว่าเอื้อต่อภาพรวมการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบาย “กรีนซิตี้” เมืองสีเขียวของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ตราด ซึ่งปัจจุบันการท่องเที่ยวตราดมีศักยภาพและเติบโตเพิ่มจากปี 2558 นักท่องเที่ยวมีไม่ถึง 2 ล้านคน และปี 2559 เติบโตเป็น 2.4 ล้านคน สร้างรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในครั้งนี้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เอื้ออำนวยอย่างมาก ปี 2559 มีนักท่องเที่ยว 2,4 ล้านคน ในอีก 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะเติบโตเป็น 3 ล้านคน ด้านปัญหาอุปสรรคที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มองว่าระบบการตรวจคนเข้าเมืองและความมั่นคง หากจัดไม่ดีไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชาและเวียดนาม สามารถเชื่อมโยงการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา เดินทางต่อมายังไทย ซึ่งการเชื่อมโยงไม่เฉพาะแค่การเดินทางทางรถ การเดินทางทางเรือเท่านั้น ในอนาคตหากมีการขยายสนามบิน และผลักดันให้สนามบินตราดเป็นสนามบินนานาชาติ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวเติบโตได้อีกมาก
“ด้านการผ่านข้ามแดนของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันใช้พาสปอร์ตควรเปลี่ยนเป็นบอร์เดอร์พาส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว” จักรพรรดิ์ กล่าว
เปิดประตูลงทุนฝั่งตะวันออก โยงไทย-เขมร-เวียดนาม
การลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลพัฒนาโครงการพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และพลิกโฉม 3 จังหวัดเป้าหมายแล้ว ยังส่งผลบวกกับ จ.จันทบุรี และตราด ให้กลายเป็นจังหวัดที่ต้องจับตา
ชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวบรรยายในหัวข้อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ จุดเปลี่ยนจังหวัดตราด” ว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลในภูมิภาคตะวันออก ตามที่รัฐประกาศให้เป็นเป้าหมายใหญ่ของการลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกที่มีบทบาทสำคัญคือ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง
สำหรับใน 5 ปีแรก (ปี 2560-2565) คาดว่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจภูมิภาคนี้เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี คิดเป็นอัตราจ้างงานเพิ่มขึ้น 1 แสนคน/ปี และสามารถสร้างฐานภาษีใหม่ได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยอีอีซีถือเป็นคลื่นลูกแรกถือเป็นการลงทุนจำนวนมากที่สุดของประเทศ
ทั้งนี้ หากโครงการและโครงสร้างพื้นฐาน จ.ตราด แล้วเสร็จทุกด้าน ประกอบกับศักยภาพของจังหวัดทั้งด้านการท่องเที่ยวที่มีชายหาดยาวที่สุดในประเทศ มีเกาะ 52 เกาะ ซึ่งมากที่สุดในประเทศและมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงมีการค้าขายกับประเทศพื้นบ้าน จะทำให้เศรษฐกิจของตราดขยายตัวได้อีกมาก และถือเป็นคลื่นลูกที่สองต่อจากการพัฒนาอีอีซี
ขณะที่ วิยะดา ซวง มัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ ผู้ประกอบการในกัมพูชา กล่าวในหัวข้อ “เปิดกลยุทธ์ บุกตลาดกัมพูชา” กล่าวว่า สินค้าอุปโภคและบริโภคที่ผลิตจากผู้ประกอบการคนไทยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในกัมพูชา เนื่องจากผู้ใช้มั่นใจว่าสินค้าของประเทศไทยเป็นของดีที่มีคุณภาพ หากผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปตลาดควรศึกษาดูว่า สินค้ากลุ่มใดเป็นที่ต้องการของคนกัมพูชา
“การเข้าไปทำตลาดในกัมพูชาไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดใหญ่เท่านั้น โดยผู้ประกอบการสามารถแทรกซึมตามชายแดน การหาคอนเนกชั่นในการทำธุรกิจ”วิยะดา กล่าว
ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวเส้นทาง R10 เป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงการเดินทาง 3 ประเทศ ระหว่างไทย กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีน ยุโรป และสหรัฐ เดินทางมาท่องเที่ยวที่สีหนุวิลล์จำนวนมาก







