
ทรัมป์เรียกร้องชาติมุสลิมร่วมมือกำจัดก่อการร้าย
ประธานาธิบดีสหรัฐเรียกร้องความร่วมมือในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย ระหว่างการประชุมกับตัวแทนชาติมุสลิม 55 ประเทศ
ประธานาธิบดีสหรัฐเรียกร้องความร่วมมือในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย ระหว่างการประชุมกับตัวแทนชาติมุสลิม
เมื่อช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้แทนจากประเทศอาหรับ และประเทศมุสลิมจำนวนหลายประเทศได้ร่วมกันประขุมสุดยอดอาหรับ-อิสลาม ในกรุงริยาด โดยมุ่งเป้าไปที่ความร่วมมือในการกำจัดกลุ่มก่อการร้าย
สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานทรงเปิดการประชุมโดยยกย่องภูมิภาคอิสลามที่เป็นตัวอย่างที่ดีของความเมตตา และการอาศัยอยู่ร่วมกัน ในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำว่าในปัจจุบันมีกลุ่มคนที่พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ผิดๆของอิสลาม
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว ขณะนี้สหรัฐกำลังมองหาพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง โดยระบุว่าเหยื่อส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อนั้นล้วนเป็นบุคคลผู้บริสุทธิ์ "95% ของเหยื่อจากการโจมตีการก่อการร้ายล้วนเป็นพวกเขาเอง นั่นคือชาวมุสลิม" ทรัมป์กล่าว
"นี่คือการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอาชญากรป่าเถื่อนที่พยายามคร่าชีวิตผู้คน และกลุ่มคนดีที่พยายามปกป้องศาสนาของตน นี่คือการต่อสู้ระหว่างความดี และความชั่ว" ทรัมป์กล่าว "นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างความเชื่อ นิกาย หรือ อารยธรรมที่ต่างกัน"
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่าทางสหรัฐพร้อมที่จะต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง ในขณะเดียวกันเองบรรดาประเทศมุสลิมทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องจัดการกับกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยตนเอง "อเมริกาพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างคุณ" ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว "แต่บรรดาชาติตะวันออกกลางไม่ควรรอความช่วยเหลือจากอเมริกาเพียงอย่างเดียว"
Hashem Ahelbarra ผู้สื่อข่าวจากอัลจาซีรา รายงานจากกรุงริยาด สุนทรพจน์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นกล่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นแตกต่างจากการพูดถึงในประเด็นชาวมุสลิม และก่อการร้ายก่อนหน้า ซึ่งข้อความใหม่ที่ส่งไปยังชาติมุสลิม ด้วยการเรียกร้องสันติภาพ ความหวัง และความสามัคคี เป็นอะไรที่ตัวเขามองว่าบรรดาชาวมุสลิมจำนวนหลายล้านคนที่กำลังชมการถ่ายทอดสดของการประชุมจะต้องตกใจ ซึ่งสุนทรพจน์ครั้งนี้ถูกมองว่าทรัมป์ตั้งใจลดการใช้วาจาที่ก้าวร้าวรุนแรงลง เพราะต้องการความร่วมมือจากนานาชาติในการปราบปรามไอเอส
สุนทรพจน์ครั้งนี้เกิดขึ้นในภารกิจเยือนซาอุดิาระเบีย เป็นวันที่ 2 ของประธานาธิบดีสหรัฐ สำหรับทริปการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่ง หลังจากนี้ทรัมป์จะเดินทางต่อไปยังอิสราเอล เพื่อพบปะกับผู้นำชาวยิว และชาวปาเลสไตน์ และเดินทางต่อไปยังยุโรป เพื่อเข้าร่วมประขุมนาโต้ และ G7







