
ผุดภาพออสซีเผาคัมภีร์
ถอนคลิปยูทูบจุดประเด็นร้อนชี้ย้ายมัสยิดเพิ่มความรุนแรง
โพสต์ทูเดย์
— ผุดภาพชายชาวออสเตรเลียเผาทั้งคัมภีร์ไบเบิลและอัลกุรอานในยูทูบ ขณะที่ผู้นำอิสลามหวั่นการย้ายศูนย์วัฒนธรรมและมัสยิดใกล้กราวด์ซีโรเป็นการเพิ่มกลุ่มหัวรุนแรงเอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ชื่อว่า
“ไบเบิล หรืออัลกุรอาน–สิ่งไหนติดไฟดีที่สุด” (Bible or Koranwhich burns best?) ความ ยาว 12 นาที ซึ่งเป็นภาพของอเล็กซ์ สจ๊วต นักกฎหมายชาวออสเตรเลียของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ ได้ฉีกและเผาพระคัมภีร์ทั้งสองในเว็บไซต์ยูทูบคลิปดังกล่าวโพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเวลาไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่ทางสหรัฐจัดงานรำลึกครบรอบ 9 ปีเหตุวินาศกรรม 9/11 ทว่าขณะนี้ทางเว็บไซต์ได้ลบคลิปวิดีโอออกจากระบบเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ปีเตอร์ โคลเดรต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยรู้สึกผิดหวังและไม่สบายใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้าน ซาอิด มูฮัมหมัด วาฮัด ประธานสมาคมอิสลามแห่งออสเตรเลีย เผยว่า การที่สจ๊วตซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มผู้เชื่อว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริงอ้างว่าคัมภีร์ไบเบิลและอัลกุรอานเป็นเพียงแค่หนังสือ ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้กับชาวมุสลิมอย่างยิ่ง
ในวันเดียวกัน ทางเอเอฟพี รายงานว่า อิหม่าม ไฟซาล อับดุล ราอุฟ ผู้นำศาสนาอิสลามซึ่งเป็นผู้เสนอโครงการสร้างศูนย์วัฒนธรรมอิสลามและมัสยิดใกล้พื้นที่กราวด์ซีโรในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐ กล่าวว่า การระงับแผนการสร้างโครงการดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มความรุนแรงและการก่อการร้าย
รายงานระบุว่า ราอุฟเองก็ไม่ได้ขัดขวางการย้ายที่ตั้งศูนย์ดังกล่าว โดยกล่าวเพียงว่าการตัดสินใจใดๆ ก็ตามจะอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
นอกจากนี้ ราอุฟยังระบุด้วยว่า การตัดสินย้ายมัสยิดดังกล่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องยากและท้าทายอย่างยิ่ง ความกังวลหลักๆ ก็คือการย้ายดังกล่าวจะทำให้เกิดประเด็นในโลกมุสลิมว่า อิสลามถูกโจมตีในอเมริกา และสิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งของกลุ่มหัวรุนแรงในโลกมุสลิมมากยิ่งขึ้น
ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่า การ สร้างมัสยิดดังกล่าวกระทบจิตใจเหยื่อวินาศกรรม แต่จุดประสงค์ของราอุฟซึ่งเป็นผู้เสนอแผนการ สร้างศูนย์ดังกล่าวก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความปรองดองของทั้งสองศาสนา
ผู้นำศาสนายังระบุว่า ตนไม่เคยคิดว่าโครงการสร้างมัสยิดดังกล่าวจะเป็นการสร้างปัญหา
“
ผมเป็นคนรักความสันติสุข ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะให้โครงการแห่งความสันติสุขนี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรงเช่นนี้” ราอุฟ กล่าว






