
ทุนจีนมองไทยบูมโครงสร้างพื้นฐาน'อีอีซี'
หากดูจากแผนที่เส้นทางยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง "วัน เบลต์ วัน โรด" ของจีนแล้ว จะพบว่าประเทศไทยตั้งอยู่กลางเส้นทาง
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
หากดูจากแผนที่เส้นทางยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง "วัน เบลต์ วัน โรด" (1 Belt 1 Road) ของจีนแล้ว จะพบว่าประเทศไทยตั้งอยู่กลางเส้นทางและยังเป็นประตูเชื่อมการค้าที่มีศักยภาพจากทั้งจีนและฮ่องกงเข้าสู่อาเซียน ประกอบกับนโยบายในการผลักดันให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทย ที่ต้องการใช้เป็นจุดดึงดูดการลงทุนแหล่งใหม่ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คณะนักธุรกิจจากฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ตัดสินใจยกทัพเข้ามาไทยเป็นครั้งแรกเมื่อต้นสัปดาห์ ที่ผ่านมา
วินเซนต์ เอชเอสโล ประธานองค์การสภาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ให้สัมภาษณ์พิเศษว่าเอกชนจีนฮ่องกงมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย หลังจากที่ไทยวางแผนปฏิรูปประเทศและมีแผนผลักดันพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้เป็นแม่เหล็กและศูนย์ กลางการลงทุนแห่งใหม่ในอาเซียน และฮ่องกงเองก็มีศักยภาพมากพอที่จะเข้ามาสนับสนุนไทยในการลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะเดียวกัน แผนพัฒนาอีอีซีของไทย ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์วัน เบลต์ วัน โรดของจีน ทำให้ฮ่องกงต้องหันมาให้ความสำคัญกับไทย มากขึ้น ดังจะเห็นว่าเป็นครั้งแรกที่พาคณะนักธุรกิจฮ่องกงมาไทย เพราะ มองเห็นศักยภาพของไทยในการเป็นฮับของฮ่องกงเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับภูมิภาคอาเซียน และยังช่วยส่งเสริมให้ฮ่องกงขึ้นสู่การเป็นประตูการค้า กับทั่วโลกอย่างแท้จริง
"การที่ไทยจะเป็นฮับนั้น มีความเป็นไปได้สูง แต่ไทยยังจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดเพิ่มอีก โดยเฉพาะการเชื่อมโยงในภูมิภาค ระบบสาธารณูปโภคการบริการให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น ระบบบัญชีและการเงิน เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจที่ทำงานในภูมิภาคนี้ได้ดีขึ้น ซึ่งถ้าไทยเปิดเสรีบริการด้านนี้ เชื่อว่าสถาบันการเงินของฮ่องกงจะให้ความสนใจขยายการลงทุนเข้ามา เพราะเป็นตลาดใหญ่ไม่ใช่คนแค่ 60-70 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายไปตลาดอาเซียนได้ด้วย" วินเซนต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ว่า นักธุรกิจฮ่องกงจะเข้ามาลงทุนในไทยมากน้อยแค่ไหน แต่เห็นว่าหากไทยพัฒนาพื้นที่โครงการอีอีซีให้เกิดได้จริง ก็จะเป็นจุดดึงดูดที่น่าสนใจ ขณะที่สภาพการจราจรของไทยอาจจะเป็นจุดที่ทำให้นักธุรกิจฮ่องกงต้องพิจารณา
นอกจากนี้ หลังจากหารือความร่วมมือกับไทยแล้ว HKTDC ยังมีกำหนดการที่จะเดินทางไปเยือนเวียดนามอีกประเทศ ก่อนจะพิจารณาตัดสินใจลงทุน เพราะเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพและตั้งอยู่บนเส้นยุทธศาสตร์วัน เบลต์ วัน โรด
วินเซนต์ กล่าวว่า หากการลงทุนขนาดใหญ่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนใน อีอีซี เชื่อว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในภาค การผลิตของฮ่องกงและจีนจะตาม เข้ามาอีกมาก ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเข้ามาในรูปแบบของการค้า ซึ่ง HKTDC มีหน้าที่เอื้ออำนวยความสะดวกทาง การค้าของนักธุรกิจฮ่องกงไปยังทั่วโลก เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และไทย
ด้าน โจว ยาจุน รองผู้อำนวยการทั่วไป สำนักงานกิจการฮ่องกงและ มาเก๊าแห่งรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า การมาเยือนไทยครั้งนี้ไม่ใช่แค่พานักธุรกิจชั้นนำของเซี่ยงไฮ้มาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ที่ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสจากไทย ที่จะเปิดให้เข้ามาลงทุนในธุรกิจที่มี ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน สะพาน อุโมงค์ ท่าเรือ ระบบบริหารจัดการรถไฟฟ้า
ต่อการเข้ามาดูลู่ทางในไทยแบบแพ็กคู่ของนักธุรกิจจากฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ทำให้เป็นที่น่าจับตามาก เพราะทั้งฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ล้วนเป็นเมืองศักยภาพที่มีความโดดเด่นใน ระดับเวิลด์คลาส หากเกิดความร่วมมือกับไทยก็น่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับอีอีซีของไทยให้โดดเด่นขึ้น ในเวทีโลก เพราะฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้จะเป็นตัวจักรสำคัญของจีนในการ ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนเชื่อมโยงอาเซียนกับ วัน เบลต์ วัน โรด
โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงในภูมิภาค







