
เปิดแผนลงทุนสนามบินเชื่อมภูมิภาค
ฮับการบินภูมิภาค เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติภายหลังรัฐบาลเดินหน้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
ฮับการบินภูมิภาค เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติภายหลังรัฐบาลเดินหน้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และยกอุตสาหกรรมการบินขึ้นมาเป็นเสาหลัก เพื่อก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นการเร่งพัฒนาสนามบินภูมิภาคเพื่อรองรับการลงทุนและส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวไทยให้กระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น จึงเป็นอีกเรื่องที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ
ดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานทั่วประเทศ โดยระยะแรกจะเป็นแผนการพัฒนา 5 ปี (2560-2564) วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสารให้ถึง 30 ล้านคน ภายในปี 2568 ส่วนในอนาคตจะเร่งดำเนินการพัฒนาแผนแม่บทระยะที่ 2 อีก 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพรองรับผู้โดยสาร 58 ล้านคน ภายในปี 2578
สำหรับระยะแรกวงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณการพัฒนาสนามบินรวมทั้งสิ้น 16,184 ล้านบาท และงบประมาณการพัฒนาและปรับปรุงสนามบินทั่วประเทศ 28 แห่ง วงเงิน 7,816 ล้านบาท ตามแนวทางแอ็กชั่นแพลน 2560 ของกระทรวงคมนาคม
ทั้งนี้ เริ่มจากการพัฒนาสนามบินกระบี่ วงเงิน 6,892 ล้านบาท ระเวลาดำเนินการปี 2561-2563 ประกอบด้วยการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 พร้อมก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 และสร้างอาคารจอดรถรองรับจำนวน 2,000 คัน ร่วมกับการเพิ่มขนาดลานจอดเครื่องบิน 100% ให้รองรับเครื่องบินขนาด 190-215 ที่นั่ง ได้ 42 ลำ จากปัจจุบันรองรับได้ 21 ลำ หวังรองรับผู้โดยสาร 8 ล้านคน/ปี
การพัฒนาสนามบินขอนแก่น วงเงิน 2,500 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร 1 และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 พร้อมอาคารจอดรถจำนวน 1,000 คัน โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จในปี 2564 รองรับผู้โดยสารได้ 5 ล้านคน/ปี โดยมีขนาดรันเวย์ 3,050 เมตร ปัจจุบันให้บริการ 20 เที่ยวบิน/วัน เฉลี่ยผู้โดยสาร 1,000 คน/ชั่วโมง
ขณะที่แผนการพัฒนาสนามบินนครศรีธรรมราช จะใช้วงเงิน 2,250 ล้านบาท ประกอบด้วยแผนระยะเร่งด่วนคือการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและเขื่อนรอบสนามบินวงเงิน 450 ล้านบาท และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 พร้อมขยายรันเวย์เป็น 2,500 เมตร วงเงิน 1,800 ล้านบาท เพื่อรองรับเครื่องบิน 180 ที่นั่ง และเพิ่มปริมาณรองรับผู้โดยสาร 4 ล้านคน/ปี
ด้าน สนามบินตรัง วงเงิน 1,316 ล้านบาท ได้แก่ การปรับปรุงและขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 วงเงิน 116 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารแห่งที่ 2 พร้อมขยายรันเวย์เพิ่มเป็น 2,500 เมตร รวมถึงการก่อสร้างลานจอดเครื่องบินเพิ่มคิดเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท คาดว่าช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการจะอยู่ในปี 2562-2564 เนื่องจากปัจจุบันผู้โดยสารเกินขีดความสามารถในการรองรับของอาคารผู้โดยสารโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน
ขณะที่แผนพัฒนาสนามบินอุบลราชธานีนั้นใช้งบประมาณราว 114 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารแห่งที่ 1 พร้อมออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ส่วนด้านสนามบินสุราษฎร์ธานีใช้งบประมาณราว 195 ล้านบาท เพื่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 และจ้างศึกษารายละเอียดการพัฒนาอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2
อย่างไรก็ตาม กรมท่าอากาศยานยังมีแผนขยายสนามบินเพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านและรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ การก่อสร้างสนามบินเบตง วงเงิน 2,040 ล้านบาท พร้อมรันเวย์ขนาด 1,800 เมตร เพื่อรองรับเครื่องบินขนาด 80 ที่นั่ง พร้อมก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร ขณะนี้ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 5 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 2562
นอกจากนี้ ยังเร่งพัฒนาสนามบินแม่สอด วงเงิน 877 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 32 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 1.5 ล้านคน/ปี หรือ 600 คน/ชั่วโมง ประกอบด้วย ขยายรันเวย์เพิ่มเป็น 2,100 เมตร และการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนรันเวย์ในช่วงกลางปี 2561
ดรุณ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาภาพรวมผู้โดยสารของท่าอากาศยานในสังกัด ทย. อยู่ที่ 3.6 ล้านคน เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 35% นอกจากนี้เกือบทุกสนามบินมีความถี่ของเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกสนามบินต้องเร่งจัดทำแผนพัฒนา อีกทั้งสนามบินของกรมท่าอากาศยานทั้ง 28 แห่ง ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับภาครัฐได้ถึงปีละ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ทั้งห่วงโซ่ตั้งแต่ธุรกิจส่งออกสินค้า ภาคการท่องเที่ยว สินค้าเอสเอ็มอีและกระจายรายได้ไปสู่ประชากรท้องถิ่น







