
‘เทสล่า’ แซงฟอร์ด-จีเอ็ม
บลูมเบิร์ก รายงานว่า เทสล่า อิงค์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก่อตั้งโดย อีลอน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ [email protected]
บลูมเบิร์ก รายงานว่า เทสล่า อิงค์ บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก่อตั้งโดย อีลอน มัสก์กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในสหรัฐ แซงหน้า บริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้นของเทสล่าปรับตัวขึ้น 3.7% ในช่วงแรกของการซื้อขาย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้ การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้มูลค่าของบริษัท ณ เวลา 09.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นในนครนิวยอร์กอยู่ที่ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท) แซงหน้ามูลค่าของจีเอ็ม และเบียดกันไปตลอดการซื้อขายในช่วงเวลาที่เหลือ
การสลับขั้วในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของมัสก์ที่ระบุว่า วันหนึ่งบนท้องถนนจะเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า และแม้ว่ารถยนต์เชฟโรเลต โบลต์ ของจีเอ็ม ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ชาร์จไฟฟ้าได้ รวมถึงมีราคาใกล้เคียงกับรถยนต์โมเดล 3 ของเทสล่า และสามารถเดินทางได้ในระยะทางที่ใกล้เคียงกัน จะสามารถเอาชนะรถยนต์ไฟฟ้าของเทสล่าในตลาดได้ แต่รถยนต์ของจีเอ็มกลับพ่ายแพ้ให้กับความกระตือรือร้นของเทสล่า ที่มีขนาดเล็กกว่าและแทบจะทำกำไรไม่ได้
การขึ้นสู่ตำแหน่งหัวแถวของเทสล่าเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่เทสล่ามีมูลค่าตลาดแซงหน้า ฟอร์ด มอเตอร์ ทั้งนี้ หากเทสล่าสามารถรักษาตำแหน่งหัวแถวนี้ไว้ได้ตลอด จะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 6 ของโลกเมื่อคิดจากมูลค่าตามราคาตลาด ตามหลังแค่เพียง โตโยต้า มอเตอร์ เดมเลอร์ โฟล์คสวาเกน บีเอ็มดับเบิลยู และฮอนด้า มอเตอร์
เดวิด วิสตัน นักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์ ให้ความเห็นว่า ตลาดให้ความสนใจกับศักยภาพของตลาดใหม่ที่เทสล่าเป็นคนสร้างมากกว่ากำไรและตัวเงินที่เห็นได้จริง ในตอนนี้ไม่มีอะไรฉุดให้เทสล่าช้าลงได้ และเทสล่าอาจจะแซงหน้าฮอนด้าได้ในไม่ช้า
ทั้งนี้ ในปี 2016 เทสล่าส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกได้ราว 8 หมื่นคันน้อยกว่าจีเอ็มที่ทำได้กว่า 10 ล้านคัน อย่างไรก็ดี รถยนต์รุ่นโมเดล 3 ของเทสล่า ซึ่งมีราคาขายอยู่ที่ 3.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านบาท) และมีกำหนดเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเทสล่าจะสามารถขยับออกจากตลาดรถยนต์ที่ขายได้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ไปสู่ตลาดรถยนต์ที่มีการผลิตเป็นจำนวนมากได้หรือไม่







