posttoday
โอบามาเข็นกระตุ้นศก.รอบใหม่ ฝ่ายค้านรุมต้าน ชี้แผนเดิมเหลว

โอบามาเข็นกระตุ้นศก.รอบใหม่ ฝ่ายค้านรุมต้าน ชี้แผนเดิมเหลว

09 กันยายน 2553

โอบามา รับแรงกดดันจากรอบด้าน หลังจากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ทว่ามาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลับเผชิญกับเสียงทัดทานจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

โอบามา รับแรงกดดันจากรอบด้าน หลังจากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ทว่ามาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลับเผชิญกับเสียงทัดทานจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

 

โอบามาเข็นกระตุ้นศก.รอบใหม่ ฝ่ายค้านรุมต้าน ชี้แผนเดิมเหลว

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยใช้งบประมาณถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) เพื่อลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมถึงมาตรการยกเลิกภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนาของภาคธุรกิจ ซึ่งจะใช้งบประมาณเพิ่มอีกราว 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) ท่ามกลางปัญหาการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ และภาระหนี้สาธารณะของประเทศที่ยังแก้ไม่ตก

โอบามา ยังเสนอมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งมาตรการนี้จะเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถลงทุนอย่างปลอดภาษี 100% จนถึงปี 2554

รัฐบาลสหรัฐคาดหวังว่า มาตรการใหม่เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภค และช่วยกระตุ้นความนิยมในพรรคเดโมแครต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งช่วงกลางเทอมเพื่อเลือกสรรสมาชิกสภาคองเกรสในเดือน พ.ย.นี้

ทำเนียบขาว ยังประเมินว่า ประชาชนหลายล้านคน และธุรกิจราว 1.5 ล้านธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากมาตรการลดหย่อนภาษี และมาตรการเหล่านี้จะกระทบต่อผู้เสียภาษีเป็นเงิน 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.9 แสนล้านบาท) ในช่วงระยะเวลา 10 ปี แต่จะสามารถทบงบประมาณที่สูญเสียไปได้เมื่อเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการพยุงเศรษฐกิจของโอบามา จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า มาตรการต่างๆ จะได้รับความเห็นชอบโดยสะดวกหรือไม่ เนื่องจากพรรครีพับลิกันแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย

 

โอบามาเข็นกระตุ้นศก.รอบใหม่ ฝ่ายค้านรุมต้าน ชี้แผนเดิมเหลว

ก่อนหน้านี้ พรรครีพับลิกันเคยสนับสนุนมาตรการระงับภาษีสำหรับภาคธุรกิจ ทว่า ขณะนี้กลับแสดงท่าทีตรงกันข้าม เนื่องจากเกรงว่า หากผ่านความเห็นชอบมาตรการดังกล่าว อาจทำให้พรรคเดโมแครตสามารถแย่งชิงคะแนนนิยมจากสาธารณชนจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

มิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นมากพอที่จะใช้มาตรการพยุงเศรษฐกิจของโอบามา โดยอ้างว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 8.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 25.2 ล้านล้านบาท) ที่โอบามา ผลักดันให้สภาคองเกรสผ่านความเห็นชอบเมื่อปี 2552 ไม่ส่งผลกระทบดังที่คาดหวังไว้

“รัฐบาลเคยอ้างว่า งบประมาณที่กู้ยืมมาถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยสร้างงานได้ถึง 4 ล้านตำแหน่ง และควบคุมอัตราว่างงานให้ต่ำกว่า 8% แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบกับกระแสความกังขา” แมคคอนเนล กล่าว

ทั้งนี้ ประเด็นขัดแย้งรุนแรงระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน คือ มาตรการลดหย่อนภาษี ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องการให้ใช้มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้ 2.5 แสนเหรียญสหรัฐต่อปีหรือต่ำกว่า ขณะที่พรรครีพับลิกันต้องการให้มาตรการนี้ครอบคลุมถึงผู้ที่มีรายได้สูงด้วย ซึ่งมาตรการดังกล่าวริเริ่มโดยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช จากพรรครีพับลิกัน

อย่างไรก็ตาม โอบามา ยืนยันแล้วว่า จะไม่ลดหย่อนภาษีให้กับคนร่ำรวย กระนั้น ฝ่ายรีพับลิกันตอบโต้ในทันที โดยจอห์น โบห์เมอร์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐย้ำให้โอบามาต้องต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับคนร่ำรวยต่อไปเป็นเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ โอบามา ยังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคธุรกิจ โดยนักวิเคราะห์แสดงความเห็นกับรอยเตอร์สว่า มาตรการใหม่เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไม่ได้มุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ นั่นคือ การเพิ่มอัตราการจ้างงานให้กับผู้ว่างงานในสหรัฐ ที่มีจำนวนมากถึง 14.9 ล้านคน

ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานความเห็นของนักวิเคราะห์ ที่ระบุว่า มาตรการลดหย่อนภาษีให้กับภาคธุรกิจมีช่องโหว่อยู่ที่บริษัทต่างๆ จะระดมกู้ยืมเงินเพื่อซื้อโรงงานและเครื่องจักร เพื่อฉวยโอกาสรับผลประโยชน์จากมาตรการด้านภาษี เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นการเกื้อหนุนทางอ้อมแก่ธุรกิจที่ก่อหนี้

“การผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจกลับคืนสู่ภาวะปกติด้วยมาตรการเกื้อหนุนทางภาษีแก่การก่อหนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าขัน” อเล็กซ์ บริล อดีตที่ปรึกษาด้านภาษีของคณะกรรมาธิการด้านการเก็บภาษีของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI