
จีนยันเปิดประตูรับ‘นำเข้า’ช่วยค้าโลก
โพสต์ทูเดย์ — จีนลั่นเดินหน้าส่งเสริมการนำเข้า สร้างสมดุลการค้าโลกใหม่ โต้ข้อกล่าวหาจากสหรัฐ จีนยังใช้ข้อได้เปรียบเงินหยวนกระตุ้นการส่งออก
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. จงก้วน รองผู้แทนการเจรจาฝ่ายจีน ยืนยันก่อนหน้าที่จะเปิดการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐ ว่า จีนจะใช้มาตรการส่งเสริมการนำเข้าเพื่อช่วยสร้างภาวะสมดุลให้กับการค้าโลกใหม่ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาจากสหรัฐที่ระบุว่าจีนยังคงสนับสนุนการส่งออก เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
“
จีนจะลดกฎระเบียบการนำเข้ามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้า และจะทำให้กระบวนการทางการเงินสำหรับการนำเข้ามี ความง่ายขึ้นสำหรับบริษัทต่างๆ ในจีน” รองผู้แทนการเจรจาฝ่ายจีน กล่าวในระหว่างงานเสวนาด้านการค้าในกรุงปักกิ่งรองผู้แทนการเจรจาฝ่ายจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงการค้าจีน กล่าวเสริมด้วยว่า รัฐบาลกรุงปักกิ่งจะส่งเสริมการนำเข้าสินค้าจากทุกปะเทศที่ขณะนี้จีนได้ดุลการค้าอยู่ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าประเภทพลังงาน เทคโนโลยีระดับสูง ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ
อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่ามาตรการอะไรบ้างที่จีนเตรียมนำมาใช้เพื่อกระตุ้นการนำเข้าสินค้าตามที่ให้คำมั่น
สำหรับท่าทีของรองผู้แทนการค้า จีนในครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่ แลร์รี ซัมเมอร์ส ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐ อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนปักกิ่ง เพื่อพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าของจีน และจะพบกับรองนายกรัฐมนตรี หวังฉีซาน ด้วย ซึ่งคาดว่าซัมเมอร์สจะแสดงท่าทีไม่พอใจกับเจ้าหน้าที่จีนต่อการที่จีนยังใช้ข้อได้เปรียบของค่าเงินหยวนที่อ่อนกว่าความเป็นจริงเป็นตัวกระตุ้นภาคส่งออกต่อไป
เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จีนได้ดุลการค้าสูงมากที่สุดในรอบ 18 เดือน คือ ที่ 2.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว และเมื่อปีที่แล้วจีนได้ก้าวข้ามเยอรมนีขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วย
แม้ว่าในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนจะปรับให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนมีความเป็นอิสระมากขึ้น แต่ทว่าเงินหยวนก็แข็งค่าขึ้นเพียง 0.7% เท่านั้นนับตั้งแต่นั้นมา
วันเดียวกัน เอเอฟพี รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ระบุว่า ภายในปี 2563 จีนจะมีรถยนต์มากถึง 200 ล้านคัน ซึ่งจีนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความสำคัญเป็นระดับแรกๆ ต่อการพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือกมากขึ้น
เมื่อปีที่แล้วจีนมียอดขายรถยนต์ ทั้งปีที่ 13.64 ล้านคัน แซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าปีนี้ยอดจะเพิ่มเป็น 15 ล้านคันด้วย







