
เศรษฐกิจจีน-ยุโรปฟื้นคืนชีพ
เงินเฟ้อจีนขึ้นต่อเนื่องเดือน ม.ค. ด้านอียูเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ แม้ยังเสี่ยงจากทรัมป์-เบร็กซิต
เงินเฟ้อจีนขึ้นต่อเนื่องเดือน ม.ค. ด้านอียูเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ แม้ยังเสี่ยงจากทรัมป์-เบร็กซิต
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ปรับตัวขึ้น 6.9% ในเดือน ม.ค.สูงสุดรอบกว่า 6 ปี จาก 5.5% เมื่อเดือน ธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการทำเหมืองแร่และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตจีนกำลังฟื้นตัว ด้านนักวิเคราะห์บลูมเบิร์กมองว่าแนวโน้มแง่บวกดังกล่าวจะดำเนินต่อไปอีกหลายเดือนข้างหน้านี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐ ที่จะส่งผลกระทบต่อดีมานด์โลก
ขณะที่ราคาผู้บริโภคของจีน (ซีพีไอ) เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 2.5% จาก 2.1% ในเดือน ธ.ค.เนื่องจากราคาอาหารและค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนปรับตัวขึ้น
บลูมเบิร์กรายงานอ้างนักวิเคราะห์ว่า ข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าวที่กำลังปรับตัวขึ้น อาจทำให้รัฐบาลจีนใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) จะใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวปานกลางอย่างต่อเนื่องในอีกหลายเดือนข้างหน้านี้ เพื่อจัดการปัญหาหนี้สินปริมาณมาก การอ่อนค่าของค่าเงินหยวนและเงินทุนไหลออก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวขึ้น” ทอม ออร์ลิก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายเอเชียของบลูมเบิร์ก กล่าว
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ปรับขึ้นคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนสำหรับปี 2017 เป็น 1.6% จากคาดการณ์ก่อนหน้าเมื่อเดือน พ.ย. 2016 ที่ 1.5% และขึ้นคาดการณ์ปี 2018 เป็น 1.8% จาก 1.7% โดยอีซีระบุว่านโยบายกระตุ้นทางการคลังของสหรัฐจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงระยะกลางกำลังเพิ่มขึ้นจากนโยบายด้านการค้าของสหรัฐที่อาจส่งผลเสียต่อการค้าทั่วโลก โดย ปิแอร์ มอสโควิชี คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของอีซี กล่าวว่า อีซีกำลังจับตาความชัดเจนของนโยบายประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในด้านกฎระเบียบการธนาคาร ภาษี และการดำเนินงานทางการคลัง
ขณะเดียวกันยูโรโซนยังเผชิญความเสี่ยงทางการเมืองจากการที่สหราชอาณาจักรเริ่มเจรจาถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศใช้มาตรา 50 เริ่มต้นเจรจาถอนตัวจากสหภาพในช่วงปลายเดือน มี.ค. รวมถึงความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในหลายประเทศยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์







