posttoday
'ศาล'ต้านทรัมป์

'ศาล'ต้านทรัมป์

06 กุมภาพันธ์ 2560

ศาลไม่รับอุทธรณ์กรณีล้มคำสั่งแบนวีซ่า 7 ชาติ ด้านแหล่งข่าวระบุทรัมป์ยอมถอยแผนตั้งคุกลับ

ศาลไม่รับอุทธรณ์กรณีล้มคำสั่งแบนวีซ่า 7 ชาติ ด้านแหล่งข่าวระบุทรัมป์ยอมถอยแผนตั้งคุกลับ

ศาลอุทธรณ์สหรัฐมีคำตัดสินไม่รับคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐที่ขอให้ฟื้นคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กรณีระงับการให้วีซ่า 7 ประเทศมุสลิมและระงับการรับผู้ลี้ภัยชั่วคราว หลังจากที่ศาลรัฐบาลกลางในรัฐวอชิงตันมีคำพิพากษาระงับคำสั่งของทรัมป์ไปเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ให้เวลารัฐบาลกลางถึงวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ในการยื่นข้อมูลหลักฐานต่อสู้เพิ่มเติม ซึ่งหมายความว่าจนกว่าจะมีคำตัดสินใหม่ของศาลอุทธรณ์ออกมา คำสั่งประธานาธิบดีที่ห้ามผู้อพยพจาก 7 ชาติมุสลิมและห้ามผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐจะถูกระงับออกไป

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ทวีตข้อความส่วนตัวในทวิตเตอร์โจมตีการตัดสินของผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต แห่งศาลรัฐบาลกลางในเมืองซีแอตเทิล ว่าความคิดของผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้พิพากษา ซึ่งระงับการใช้อำนาจตามกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระและศาลอุทธรณ์จะต้องพลิกคำตัดสินอย่างแน่นอน

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยืนยันว่า มีเพียงประธานาธิบดีคนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินว่าใครจะเดินทางเข้าหรือพำนักอยู่ในสหรัฐได้หรือไม่ และย้ำว่าคำสั่งของทรัมป์เป็นไปตามกฎหมาย

ในวันเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิกความคิดที่จะรื้อฟื้นการตั้งคุกลับในต่างประเทศขึ้นมาอีกครั้ง โดยอ้างว่าแผนการรื้อฟื้นคุกลับเป็นเพียงร่างแรกของการทบทวนแผนความมั่นคง ซึ่งในที่สุดแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้ใช้ร่างดังกล่าวมาพิจารณา

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยังได้แต่งตั้งจินา ฮาสเปล ขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) คนใหม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแต่งตั้งผู้หญิงในตำแหน่งดังกล่าวเป็นครั้งแรกแล้ว ก็ยังสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากมีการระบุว่า ฮาสเปลเคยเป็นผู้บริหารคุกลับซีไอเอในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่สถานที่ใช้ทรมานนักโทษก่อการร้ายด้วยวิธีทารุณต่างๆ อาทิ การเทน้ำราดให้สำลัก อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวได้เงียบหายลงในที่สุด ขณะที่ประเทศไทยปฏิเสธไม่เคยมีการให้ตั้งคุกลับขึ้นในประเทศ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI