
ตั้งนาฬิกาวันสิ้นโลกใหม่ เข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดในรอบ 64 ปี
สรุปผลการประชุม ทีมนักวิทย์ปรับเวลาเข้าใกล้จุดจบของโลกมากขึ้น อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน และการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์
สรุปผลการประชุม ทีมนักวิทย์ปรับเวลาเข้าใกล้จุดจบของโลกมากขึ้น อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน และการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์
ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านอะตอมจาก The Bulletin of the Atomic Scientists ได้ทำการปรับเวลาของนาฬิกาวันสิ้นโลกให้เข้าใกล้ช่วงเวลาเที่ยงคืน เพิ่มขึ้น 30 วินาที จากเดิมห่าง 3 นาที ขณะนี้เป็นเวลาห่างจุดจบของโลกเพียง 2.30 นาทีเท่านั้น
เวลาที่ปรับใหม่นี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดในรอบ 64 ปี หรือตั้งแต่ระเบิดไฮโดรเจนลูกแรกถูกทดลองขึ้นเมื่อปี 1953 นับเป็นสัญญาณเตือนแก่บรรดามนุษยชาติทุกคน ให้คำนึงถึงสันติภาพร่วมกัน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นาฬิกาวันสิ้นโลก หรือ Doomsday Clock ถูกสร้างขึ้นในปี 1947 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากแมนฮัตตัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ย้ำเตือนถึงอันตรายจากนิวเคลียร์ จวบจนวันนี้ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา นาฬิกาเชิงสัญลักษณ์เรือนนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของสงครามนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ไปจนถึงสถานการณ์ความขัดแย้ง และการเมืองโลกอีกด้วย ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้ทีมนักวิทย์ตัดสินใจปรับเวลาให้เร็วขึ้น ก็อันเนื่องมาจากการขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐของทรัมป์ด้วย ที่ส่งผลให้โลกเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น
นาฬิกาถูกตั้งให้ห่างจากเวลาเที่ยงคืน 7 นาที ในปี 1949 เมื่อสหภาพโซเวียตทดสอบระเบิดอะตอม หลังจากนั้นทั้งสหรัฐ และโซเวียตก็ต่างแข่งขันกันพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จนกระทั่งในปี 1953 นาฬิกาถูกปรับให้เข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุด คือห่างเพียง 2 นาทีเท่านั้น เมื่อทั้ง 2 ชาติประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน
นาฬิกาไม่ถูกปรับเวลาอีกเลยจนถึงปี 1960 เวลาถูกปรับให้ห่างจากเที่ยงคืนมากขึ้นเป็น 4 นาที เมื่อชาติมหาอำนาจทั้ง 2 หันมาร่วมมือกันมากขึ้น และถูกปรับให้ห่างอีก 12 นาที เมื่อสนธิสัญญาห้ามการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ถือกำเนิดขึ้น
ในปี 1991 เวลาถูกปรับให้ห่างจากเที่ยงคืนมากที่สุดคือมากถึง 17 นาที หลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน และทั้งสหรัฐ และโซเวียตลงนามลดอาวุธ และต่อมานาฬิกาก็ถูกปรับขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่ออินเดีย และปากีสถานมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง เกาหลีเหนือเริ่มทดลองอาวุธ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้เวลาเพียง 30 วินาทีดูเหมือนเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ทางทีมนักวิทย์ให้เห็นผลว่า ภาวะโลกร้อน และอันตรายจากการแข่งขันพัฒนา และสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นเป็นเหตุผลหลัก รวมทั้งการที่โลกมีผู้นำสหรัฐที่ไม่สนใจปัญหาภาวะโลกร้อน และยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าจะสามารถเจรจากับรัสเซีย ในการลดอาวุธนิวเคลียร์ และควบคุมเกาหลีเหนือได้นั้น ยังคงทำให้โลกต้องเผชิญกับความเสี่ยง และไม่อาจตั้งเวลาใหม่ให้ถอยห่างจากจุดหายนะได้
ลองชมวิดีโอจาก AsapSCIENCE ได้อธิบายถึงผลกระทบอันน่ากลัวที่จะเกิดขึ้น หากสงครามนิวเคลียร์ปะทุขึ้นจริงๆ







