
การเมืองแกมเบียคลี่คลาย ปธน.ยอมลงจากตำแหน่ง
ยาห์ยา จัมเมห์ ผู้ปกครองแกมเบียมานานกว่า 22 ปี ตัดสินใจลงจากตำแหน่ง หลังถูกกองกำลังทหารนานาชาติแอฟริกาตะวันตกกดดัน
ยาห์ยา จัมเมห์ ผู้ปกครองแกมเบียมานานกว่า 22 ปี ตัดสินใจลงจากตำแหน่ง หลังถูกกองกำลังทหารนานาชาติแอฟริกาตะวันตกกดดัน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดีแกมเบีย ยาห์ยา จัมเมห์ ตัดสินใจบินออกนอกประเทศ โดยจุดหมายปลายทางยังไม่ระบุแน่ชัด แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นประเทศกินี หลังตัดสินใจยอมลงจากตำแหน่ง เปิดทางให้ผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นธันวาคมที่ผ่านมา อดามา แบร์โรว์
จัมเมห์ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของแกมเบีย มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 หรือนานกว่า 22 ปี หลังผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปีที่ผ่านมาระบุว่าตัวเขาพ่ายแพ้ให้แก่ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน แต่จัมเมห์กลับปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในแกมเบีย
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังการดื้อดึงในที่สุดจัมเมห์ก็ตัดสินใจยอมรับความพ่ายแพ้ เมื่อกองทัพจากนานาชาติแอฟริกาตะวันตกเคลื่อนพลเข้ากดดันตัวประธานาธิบดี
เหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีชาวแกมเบียกว่า 46,000 คน พากันลี้ภัยออกนอกประเทศ ไปยังเซเนกัล รายงานจากหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ
ก่อนหน้านี้ ด้านประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตกออกมาประกาศคำมั่นว่าจะเข้าใช้กำลัง หากจัมเมห์ยังคงไม่ลงจากตำแหน่ง ทั้งเซเนกัล และไนจีเรียต่างส่งรถถัง และเรือรบเข้ากดดันบริเวณชายแดนแกมเบีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
การเคลื่อนพลของกองกำลังนานาชาติแอฟริกาตะวันตกเกิดขึ้น หลังแบร์ โรว์ เข้ารับพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แห่งแกมเบีย ที่สถานทูตแกมเบีย ในกรุงดาการ์ ของเซเนกัล
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP แบร์โรว์ ประธานาธิบดีคนใหม่ย้ำเตือนสถานการณ์อาจวุ่นวายมากขึ้น เมื่อมีข่าวลือผ่านทางออนไลน์ว่าจัมเมห์อาจถูกจับกุม และไม่ได้รับการลี้ภัย
ทั้งนี้ประธานาธิบดีคนใหม่ระบุว่าต้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดย ยาห์ยา จัมเมห์ โดยเฉพาะในเรื่องของการะละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่องค์กรสิทธิมนุษยชนอ้างว่า อดีตประธานาธิบดีใช้ความรุนแรง และคุมขังฝ่ายตรงข้าม
ประธานาธิบดีแบร์โรว์กล่าวว่า ตัวเขาจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เมื่อจัมเมห์ลี้ภัยไปยังประเทศอื่นเรียบร้อย และกระบวนการรักษาความปลอดภัยกลับมาเป็นระบบเช่นเดิม







