
จับตาให้ดีสถานการณ์โลกปีนี้ไม่ธรรมดา
การผงาดขึ้นของฝ่ายขวา ความร้อนแรงกระแสชาตินิยม ความชิงชังคนต่างชาติและผู้อพยพ ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเมืองโลกต่อไป
การผงาดขึ้นของฝ่ายขวา ความร้อนแรงกระแสชาตินิยม ความชิงชังคนต่างชาติและผู้อพยพ ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเมืองโลก
การผงาดขึ้นของฝ่ายขวา ความร้อนแรงกระแสชาตินิยม ความชิงชังคนต่างชาติและผู้อพยพ จะยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเมืองโลกต่อไป หลังจากประเด็นเหล่านี้ถูกจุดติดอย่างง่ายดาย จนแทบจะกลายเป็นไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะของ โดนัล ทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดที่จะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 ม.ค.นี้ หรือการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ซึ่งในเบื้องต้นผู้เข้าชิงที่มาแรงเป็นพิเศษ คือตัวแทนพรรคฝ่ายขวาและพรรคชาตินิยม ขณะที่พรรคฝ่ายซ้าย และพลพรรคเสรีนิยมดูหงอยเหงาเป็นพิเศษ ราวกับทราบผลล่วงหน้าแล้วว่าทาบรัศมีฝ่ายอนุรักษนิยมไม่ได้
สหรัฐ
แม้ทรัมป์จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศอย่างเต็มตัว พร้อมด้วยกระแสสนับสนุนของฝ่ายอนุรักษนิยมที่คึกคักเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทรัมป์จะบริหารประเทศโดยอาศัยประสบการณ์ด้านธุรกิจเพียงอย่างเดียว และในช่วงเวลา 2 เดือนหลังได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง ทรัมป์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอ่อนด้อยในด้านการทูต ไร้ประสบการณ์ในด้านการต่อรองกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่มีทักษะของการประนีประนอม และง่ายในการถูกล็อบบี้ยิสต์ข้ามชาติชักจูง
ไม้แข็งอย่างเดียวที่จะช่วยพยุงเก้าอี้ของเขาเอาไว้ คือความเด็ดขาดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ การยืดหยัดในนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ ข่มขู่บรรษัทข้ามชาติไม่ให้ไหลออกไปนอกประเทศ ขณะเดียวกันก็ผลักดันแรงงานต่างชาติออกไป และเดินหน้าสร้างงานภายในอย่างกระตือรือร้น หากทรัมป์พลาดในจุดนี้ ฐานเสียงที่เลือกเขามาจะเริ่มหมดหวัง และหันมาเป็นศัตรูอย่างง่ายดาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก หากจะพิจารณาว่า ในเวลานี้ทรัมป์เป็นว่าที่ผู้นำสหรัฐที่ถูกชิงชังมากที่สุด และทำให้สังคมอเมริกันแตกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจนที่สุด
จีน
ในช่วงหาเสียง ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่ทรัมป์โจมตีอย่างหนักหน่วงเป็นพิเศษคือจีน และหลังจากได้ชัยชนะ จีนยังเป็นประเทศแรกๆ ที่ทรัมป์ท้าทายอย่างตรงไปตรงมา โชคยังดีที่พญามังกรเลือกที่จะเล่นเกมรับแบบนิ่มๆ ในทางการทูตดูเหมือนว่าจีนพร้อมที่จะรับความบ้าบิ่นของอีกฝ่ายได้พอควรแล้ว แต่ในทางเศรษฐกิจคงต้องเฝ้ามองด้วยใจระทึก ว่าจีนจะยอมอ่อนข้อหรือไม่ เพราะอีกฝ่ายเคยลั่นวาจาว่าจะตั้งกำแพงภาษากับจีนถึง 45% แต่หากลงมือหนักไป ฝ่ายที่จะกระอักไม่ใช่จีนแต่รายเดียว สหรัฐจะพลอยได้รับความเสียหายไปด้วย เพราะกระแสเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศผูกติดอย่างยากที่จะแยกออกจากกัน หากทรัมป์ดึงดันที่จะใช้ไม้แข็งกับจีนก็เท่ากับโยนหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง
อย่างไรก็ตาม จีนมีเรื่องใหญ่ที่ต้องลุ้นกับ 2 เรื่อง คือฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่อาการลูกผีลูกคนเต็มที จนรัฐบาลต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมการปล่อยเงินกู้ให้กับนักเก็งกำไรอย่างเด็ดขาดมากขึ้น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ ที่ราคาที่พักอาศัยแพงยิ่งกว่าทอง หากปล่อยไว้เช่นนี้ ประชาชนจะเริ่มไม่พอใจ และกลายเป็นวิกฤตทางการเมืองไปในที่สุด
ยุโรป
2017 จะเป็นปีแห่งความท้าทายของยุโรปและประเทศที่ยังคงยึดมั่นในหลักเสรีภาพ ภราดรภาพ และความเสมอภาค เพราะจากนโยบายเปิดประตูรับผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลาง และการเข้าไปพัวพันกับวิกฤตการณ์ในภูมิภาคนั้น ทำให้ยุโรปตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายถี่ขึ้น ด้วยวิธีการโจมตีที่รับมือได้ยากขึ้น แต่สร้างความเสียหายในวงกว้าง ยังไม่นับความสูญเสียด้านงบประมาณ และทางเศรษฐกิจอันเกิดจากการแบกรับภาระผู้ลี้ภัย ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มไม่พอใจ จึงสบโอกาสพรรคการเมืองฝ่ายประชานิยมและฝ่ายขวา ที่ประโคมหาเสียงด้วยการชูนโยบายจำกัดผู้อพยพ ควบคุมคนนอก และถอนตัวจากสหภาพยุโรป ที่มักชี้นิ้วให้ประเทศสมาชิกยอมรับนโยบายที่ดีงามในเชิงหลักการ แต่เป็นหายนะในทางการเมือง ในปีนี้ ฝรั่งเศสจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เช่นเดียวกับเยอรมนี และเนเธอร์แลนด์จะมีการเลือกตั้งทั่วไป คาดว่าอิตาลีก็เช่นกัน
ทั้ง 4 ประเทศนี้ ยกเว้นเยอรมนี กระแสถอนตัวจากสหภาพยุโรปเริ่มมีน้ำหนัก กระแสต่อต้านชาวต่างชาติเริ่มรุนแรง ส่วนเยอรมนียังมั่นคงในหลักการ แต่คงยากสำหรับนายกรัฐมนตรี อังแกลา แมร์เกิล จะรั้งเก้าอี้สมัยที่ 4 เอาไว้ได้
อาเซียน
ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน จะต้องรับสมาชิกน้องใหม่ คือติมอร์ เลสเต ในปีนี้ แต่แม้จะรับสมาชิกใหม่เข้ามาเป็น 11 ประเทศ อำนาจการต่อรองของอาเซียนไม่ดีขึ้นมากนัก ตราบใดที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาข้อพิพาททะเลจีนใต้ ที่นอกจากจะเขม่นกับจีนแล้ว ยังเขม่นกันเองในหมู่สมาชิกด้วย เพียงแต่เมื่อเผชิญกับศัตรูที่ใหญ่กว่า อาเซียนหยุดห้ำหั่นกันเอง มารวมพลังกันต้านทานจีน
อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีต้านจีนตอนนี้หันมาญาติดีพญามังกรเสียแล้ว ซึ่งในทางหนึ่งช่วยลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงไปได้มาก เพียงแต่กองทัพเรือภาคแปซิฟิกของสหรัฐไม่ยอมเล่นด้วย และลั่นวาจาว่าพร้อมที่จะลุยหากอีกฝ่ายทำตัวเป็นก้างขวางทะเลใต้ การท้าทายระหว่างสหรัฐกับจีนจะทำให้อาเซียนค่อนข้างเนื้อหอมในหมู่มหาอำนาจต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่เกมการถ่วงดุลอำนาจต้องอาศัยทักษะที่เยี่ยมของนักการทูตในภูมิภาคและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน น่าเสียดายที่สมาชิกบางประเทศ (เช่นกัมพูชา) มักยอมอ่อนน้อมต่อผลประโยชน์คนนอก และชักศึกเข้าบ้านอยู่บ่อยๆ ทำให้อาเซียนแตกความสามัคคีอยู่ร่ำไป
ที่มา www.m2fnews.com
ภาพ...เอเอฟพี







