
ศพไร้หัวชาวโรฮิงญาถูกพบ หลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าว
ศพของ Shu Nar Myar ถูกพบในแม่น้ำหลังเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงความรุนแรงจากการปราบปรามที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่
ศพของ Shu Nar Myar ถูกพบในแม่น้ำหลังเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงความรุนแรงจากการปราบปรามที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่
ศพไร้ศีรษะของชายชาวมุสลิมโรฮิงญาถูกพบ หลังจากเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงความรุนแรง และการปราบปรามชาวโรฮิงญาที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ โดยกองกำลังทหารเมียนมา รายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ร่างของ Shu Nar Myar วัย 41 ปี ถูกพบลอยอยู่ในแม่น้ำสายหนึ่ง ในหมู่บ้าน Ngakhura รายงานจากคนในหมู่บ้านระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขาเพิ่งจะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"เมื่อวันพฤหัสบดี ครอบครัวของเขาแจ้งว่าชายคนดังกล่าวหายตัวไป พวกเขาค่อนข้างเป็นกังวลมาก เนื่องจากเขาเพิ่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไป" Thet Naing เจ้าหน้าที่ตำรวจจากเมือง Maungdaw กล่าวกับสำนักข่าว AFP "จนกระทั่งช่วงบ่ายวันศุกร์ ผมได้รับรายงานว่ามีคนพบศพไร้หัวศพหนึ่ง ซึ่งจากการยืนยันของสมาชิกในหมู่บ้าน สรุปว่าเป็นชายคนดังกล่าวที่หายตัวไปหลังการสัมภาษณ์"
กองกำลังทหารเมียนมาเข้าควบคุม และปราบปรามชาวโรฮิงญา ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมเป็นต้นมา หลังเกิดเหตุนายตำรวจ 9 นายถูกฆ่า ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นฝีมือของชาวโรฮิงญา
ตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่า มีชาวโรฮิงญาเสียชีวิตจากการล้อมปราบที่รุนแรงนี้จำนวน 80 คน
สื่งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาวโรฮิงญาพากันอพยพหนีเข้าไปยังชายแดนบังกลาเทศ ขณะนี้ที่ค่ายผู้อพยพบริเวณชายแดนมีชาวโรฮิงญามากกว่า 34,000 คน พวกเขาเล่าประสบการณ์อันเลวร้ายที่พบเจอให้ฟังว่า ชาวโรฮิงญาถูกฆ่าตายอย่างทรมาณ ข่มขืน และบ้านเรือนก็ถูกเผาทำลาย
ด้านรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างทุกอย่างจากชาวโรฮิงญา และในการประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ทำเนียบรัฐบาลเมียนมายืนยัน ศพไร้ศีรษะที่พบนั้นเป็นของ Shu Nar Myar จริง โดยในรายงานที่เปิดเผยนั้นขัดแย้งกับชาวโรฮิงญา ทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ชายผู้เสียชีวิตให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ไม่มีการวางลอบเพลิง และฆ่าข่มขืนใดๆ ในรัฐยะไข่
และเมื่อวานนี้ นักข่าวชาวเมียนมา 2 ราย ผู้ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า พวกเขาได้สัมภาษณ์ชาวโรฮิงญา จากหมู่บ้านเมื่อวันพุธเช่นกัน และขณะนี้ได้รับทราบข่าวว่าชายคนดังกล่าวก็หายตัวไป
ขณะนี้พื้นที่ของชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ เปิดให้สื่อมวลชนเมียนมาเข้าไปทำข่าวได้ จากก่อนหน้านี้รัฐบาลปิดพื้นที่ ห้ามสื่อมวลชนใดๆเข้าตรวจสอบมานานกว่า 2 เดือน
ชาวเมียนมาไม่นับชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของประเทศ พวกเขาไม่มีสิทธิตามกฏหมาย และนับตั้งแต่เกิดวิกฤติความขัดแย้งครั้งใหญ่ ระหว่างชาวพุทธ และชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2555 เมื่อสตรีชาวพุทธถูกฆ่าข่มขืน ชาวพุทธกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของชาวโรฮิงญา หลังการปะทะและเผาทำลายบ้านเรือน ชาวโรฮิงญายิ่งไม่มีเสรีภาพ พวกเขาถูกกักอยู่ในค่ายพัก ที่รัฐบาลเมียนมาสร้างขึ้นเพื่อควบคุม ส่งผลให้พวกเขามีชีวิตอยู่กับความยากลำบาก และยากจน
สหประชาชาติ และหลายองค์กรพยายามเรียกร้องให้เมียนมาคืนสิทธิให้แก่พวกเขา และเปรียบชะตากรรมของชาวโรฮิงญาว่า พวกเขาคือชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงรังแกมากที่สุดในโลก







