
ยุโรปเข้มระวังก่อการร้าย
ยุโรปยกระดับป้องกันก่อการร้ายช่วงคริสต์มาส พร้อมออกกฎคุมปืน หลังเกิดเหตุขับรถพุ่งชนในเยอรมนี ด้าน สหรัฐคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม
ยุโรปยกระดับป้องกันก่อการร้ายช่วงคริสต์มาส พร้อมออกกฎคุมปืน หลังเกิดเหตุขับรถพุ่งชนในเยอรมนี ด้าน สหรัฐคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า สถานที่หลายแห่งทั่วยุโรปต่างคุมเข้มระวังการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งเข้าชนฝูงชนในตลาดคริสต์มาสในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และทำให้ตลาดคริสต์มาสต้องปิดตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เมื่อวานนี้ ส่วน ผู้ก่อเหตุสามารถหลบหนีไปได้ โดยในเดรสเดนและมิวนิกของเยอรมนี มีการเพิ่มกำลังการรักษาความปลอดภัยที่ตลาดคริสต์มาส
ตำรวจเยอรมนี เปิดเผยว่า กำลัง ตามล่าผู้ต้องสงสัยรายใหม่เป็นชายชาวตูนีเซีย เนื่องจากพบหลักฐานแสดงตัวตนในรถบรรทุกคันเกิดเหตุ และได้ปล่อยตัว ผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้อพยพชาวปากีสถานซึ่งจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ไปแล้ว ขณะที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกมาอ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว
ด้าน มาร์โก มินนิติ รัฐมนตรีมหาดไทยอิตาลี สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานหรือพิธีคริสต์มาส และบริเวณสาธารณะที่ผู้คน พลุกพล่านอื่นๆ ในขณะที่ฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัย หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เยอรมนีคล้ายคลึงกับการเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนฝูงชนที่เมืองนีซ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ส่วนเบลเยียมคงระดับการรักษาความปลอดภัยในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 3 จาก 4 ระดับ
ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (อียู) ได้เห็นชอบการยกระดับกฎหมายควบคุมอาวุธปืน เช่น ห้ามซื้อขายปืนระบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งหมายรวมถึงคาลาชนิคอฟ AK-47 ที่มักใช้ในการก่อเหตุกราดยิงด้วย พร้อมคุมเข้มการลงทะเบียนอาวุธให้ง่ายต่อการตรวจสอบและเปิดให้มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างสมาชิก หลังประสบเหตุจากการกราดยิงหลายครั้ง
สำหรับปมสังหารทูตรัสเซียในตุรกีนั้น สื่อท้องถิ่นตุรกี รายงานว่า เมฟลุต เมิร์ท อัลตินตาส ผู้ก่อเหตุ เคยทำงานเป็นตำรวจอารักขาให้กับประธานาธิบดี เรเซฟ เตยิป เออร์โดกัน ของตุรกี 8 ครั้ง นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหาร ซึ่งล้มเหลวเมื่อวันที่ 15 ก.ค.
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า อัลตินตาสมีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟตุลเลาะห์ กูเลน ซึ่งเชื่ออยู่เบื้องหลังเหตุรัฐประหารและอาศัยในสหรัฐ เป็นผู้บงการการสังหาร อย่างไรก็ตาม รัสเซียระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะชี้ตัวผู้อยู่เบื้องหลัง
ด้านทางการสหรัฐได้ยกระดับการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีควบรวมไครเมียและกรณีพิพาทยูเครน โดยเพิ่มรายชื่อ นักธุรกิจ 7 ราย และบริษัทเอกชน 8 แห่ง ขึ้นบัญชีดำของกระทรวงการคลัง ซึ่ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา จะลงจากตำแหน่ง และโดนัลด์ ทรัมป์ จะรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งทรัมป์เลือก เร็กซ์ ทิลเลอร์ซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท เอ็กซอน โมบิล และมีความใกล้ชิดกับรัสเซีย รับตำแหน่งรัฐมนตรี ต่างประเทศ
ภาพ เอเอฟพี







