
คลังอาเซียนกังวล เศรษฐกิจภูมิภาคปีหน้าเสี่ยง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียนบวก 3 (ASEAN+3 Finance and Central Bank Deputies’ Meeting : AFCDM+3)
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียนบวก 3 (ASEAN+3 Finance and Central Bank Deputies’ Meeting : AFCDM+3) เมื่อวันที่ 10-11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ เมืองกุ้ยหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยที่ประชุมเห็นว่าภูมิภาคอาเซียนบวก 3 จะเผชิญความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน รวมถึงความเสี่ยงของการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคเอกชน
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ที่ประชุมประเทศอาเซียนบวก 3 เห็นพ้องที่จะต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างรอบคอบเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการหารือถึงภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคร่วมกับผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office : AMRO) โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะขยายตัว 3.4% ดีขึ้นจากปีนี้
ขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกปีหน้าก็มีความเสี่ยงที่สำคัญ คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ การดำเนินนโยบายปกป้องทางการค้าของสหรัฐภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ผลกระทบจากการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) ผลการเลือกตั้งในทวีปยุโรปหลายประเทศในปี 2560 และนโยบายการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ขณะที่เศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 ยังคงสามารถเติบโตต่อเนื่องใกล้เคียงกับปีนี้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวต่อเนื่องในปีหน้า
กฤษฎา กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการให้ความช่วยเหลือทางการเงินภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) ซึ่งเป็นกลไกความช่วยเหลือทางการเงินของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 วงเงินช่วยเหลือรวม 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของกลไก CMIM หากมีสมาชิกขอรับความช่วยเหลือ การพัฒนากลไกการให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันการเกิดวิกฤต (CMIM Precautionary Line) รวมถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มสัดส่วนการให้ความช่วยเหลือของ CMIM กรณีสมาชิกไม่เข้าโครงการให้ความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund De-linked Portion) และสุดท้ายแผนการทบทวนหลักการสำคัญของ CMIM
นอกจากนี้ ในส่วนของ AMRO ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ ติดตาม และเฝ้าระวังเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 โดยที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ AMRO แผนการดำเนินงานในปี 2560 และแนวทางการบริหารองค์กรด้านต่างๆ เพื่อทำให้ AMRO เป็นองค์กรที่ปรึกษาให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 ที่มีความเป็นอิสระ น่าเชื่อถือ และเป็นมืออาชีพ
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 10 ธ.ค. 2559 AMRO ได้จัดการประชุมอาเซียนบวก 3 Financial Forum ซึ่งเป็นเวทีหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 นักวิชาการ และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ภายใต้หัวข้อ East Asia in a Dynamic New World โดยได้เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ CMIM ซึ่งเป็นโครงข่ายความปลอดภัยทางการเงินของภูมิภาค และสนับสนุนให้ AMRO มีบทบาทมากขึ้น
สำหรับประเด็นการหารืออีกประเด็นของที่ประชุม คือ มาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Markets Initiative : ABMI) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 ให้เป็นแหล่งระดมเงินทุนและเป็นทางเลือกในการออม
ทั้งนี้ ความคืบหน้าหลักของ ABMI ได้แก่ การดำเนินงานของกลไกการค้ำประกันเครดิตและการลงทุน (Credit Guarantee and Investment Facility : CGIF) ของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 ซึ่งได้ค้ำประกันการออกตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นของบริษัทเอกชนในภูมิภาคอาเซียนบวก 3 เพื่อเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ และการดำเนินโครงการประสานกฎเกณฑ์การออกตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 (ASEAN+3 Multi-Currency Bond Issuance Framework : AMBIF) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการออกตราสารหนี้ข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียนบวก 3
ทั้งนี้ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียนบวก 3 ในครั้งนี้้ เป็นการหารือร่วมกันระหว่างประเทศอาเซียนบวก 3 และ AMRO ซึ่งทำให้เห็นประเด็นความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคที่ประเทศสมาชิก รวมทั้งไทยควรคำนึงถึงในการกำหนดนโยบาย นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับทิศทางและบทบาทของ CMIM ที่เหมาะสมในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป







