posttoday
ชาวโรฮิงญาเดินเท้าเข้าบังกลาเทศอย่างยากลำบาก และต้องกินใบไม้ประทังชีวิต

ชาวโรฮิงญาเดินเท้าเข้าบังกลาเทศอย่างยากลำบาก และต้องกินใบไม้ประทังชีวิต

12 ธันวาคม 2559

ชาวโรฮิงญาบอกเล่าเรื่องราวชะตากรรมของพวกเขาให้แก่สำนักข่าวอัลจาซีราที่ลงพื้นที่สำรวจค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดน

ชาวโรฮิงญาบอกเล่าเรื่องราวชะตากรรมของพวกเขาให้แก่สำนักข่าวอัลจาซีราที่ลงพื้นที่สำรวจค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดน

ที่บริเวณนอกเมืองของอ่าวเบงกอล ในบังกลาเทศ ทีมข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีราได้ลงพื้นที่สำรวจค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญา ที่หลบหนีมาจากการล้อมปราบของทหารเมียนมา

ณ ค่ายแห่งนี้ชาวโรฮิงญาส่วนใหญ่กล่าวว่า พวกเขาเดินทางมาจากหมู่บ้าน Kearipara ที่ซึ่งปัจจุบันนี้บ้านของพวกเขาถูกทำลายจนย่อยยับ ผู้ลี้ภัยทั้งหมดได้แชร์เรื่องราวที่พวกเขาประสบพบเจอมาให้ผู้สื่อข่าวฟัง ในจำนวนนี้หลายคนต้องทนเห็นสมาชิกครอบครัวของพวกเขาถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา บางคนต้องหลบซ่อนตัวอยู่เป็นวันๆโดยไม่มีอาหารตกถึงท้อง ในขณะที่บ้านของพวกเขาถูกเผาทำลาย

ชาวโรฮิงญาหลายคนเล่าว่าพวกเขาจำใจต้องขายสิ่งของที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าทางจิตใจต่อพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแหวน หรือต่างหูต่างๆ หรือแม้แต่อะไรก็ตามที่พวกเขานำติดตัวมาด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถข้ามเข้าไปยังบังกลาเทศได้ง่าย และปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางเส้นทางที่ยากลำบาก และชาวโรฮิงญาหลายคนที่ไปไม่ถึงปลายทาง

ก่อนหน้านี้เรื่องราวของชาวโรฮิงญาไม่เคยเป็นที่สนใจ จนกระทั่งพวกเขาจำนวนหลายพันคนถูกพบในขณะลอยคว้างอยู่กลางทะเล ในสภาพอิดโรย และหิวโหย ที่บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศไทย เมื่อปีก่อน

ชะตากรรมของพวกเขาสร้างความสนใจให้แก่หน่วยงานมนุษยธรรมทั่วโลก ความหวังเดียวของพวกเขาคือการเดินทางออกนอกประเทศพุทธศาสนาอย่างเมียนมา ไปยังจุดหมายปลายทางคือมาเลเซีย สถานที่ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นที่ปลอดภัยสำหรับชาวมุสลิมโรฮิงญา แต่การเดินทางข้ามทะเลนั้นเป็นเรื่องอันตราย และยากลำบากอย่างมาก

ขณะนี้ชาวโรฮิงญาจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้าสู่บังกลาเทศ หลังการล้อมปราบของทหารเมียนมา เมื่อความขัดแย้งระอุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ในช่วงหลายเดือนมานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายถูกสังหารเสียชีวิต ซึ่งทางการเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของชาวโรฮิงญา

ชาวโรฮิงญาเดินเท้าเข้าบังกลาเทศอย่างยากลำบาก และต้องกินใบไม้ประทังชีวิต

การเดินทางเข้าสู่บังกลาเทศเต็มไปด้วยความยากลำบาก บรรดาชาวโรฮิงญาจำนวนหนึ่งที่ทีมข่าวพบบรรยายให้ฟังว่า พวกเขาต้องซ่อนตัวอยู่ในนาข้าวเป็นเวลาหลายวัน โดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง และบางคนต้องอาศัยใบไม้ที่พบเจอระหว่างการเดินทางผ่านป่าข้ามชายแดน ในการประทังชีวิต

ในขณะเดินทางพวกเขาต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา ชาวโรฮิงญาเล่าให้ฟังว่าทุกๆราว 100 เมตรพวกเขาต้องหยุด และสอดส่องไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทหารเมียนมา หรือเจ้าหน้าที่ชายแดนกำลังซุ่มดักรอพวกเขา ซึ่งนั่นทำให้การเดินเท้าที่ว่านานแล้ว ยึดยาวออกไปอีก

เมื่อเดินทางถึงบังกลาเทศใช่ว่าทุกอย่างจะจบ หากพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่จับได้พวกเขาจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจจะถูกส่งตัวกลับไปยังเมียนมาได้

ขณะนี้มีชาวโรฮิงญาเข้ามาในบังกลาเทศมากกว่าหมื่นคนแล้ว ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพผิดกฏหมายที่อาศัยอยู่ในค่ายพักบริเวณชายแดน ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวอย่าง Cox's Bazaar

ชะตากรรมของชาวโรฮิงญาสร้างความกังวลต่อสหประชาชาติว่ารัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการล้างเผ่าพันธุ์พวกเขา ก่อนหน้านี้อองซาน ซูจี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออกมาตำหนิสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวความโหดร้ายของทหารเมียนมา และชะตากรรมอันน่าสงสารของชาวโรฮิงญา โดยเพิกเฉยกับเรื่องเลวร้ายที่ชาวโรฮิงญาทำ นั่นคือความจริงส่วนหนึ่งว่าชาวโรฮิงญาบางกลุ่มเองก็ต่อสู้เพื่อตอบโต้ความรุนแรง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือขณะนี้รัฐบาลเมียนมายังคงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่จากองค์กรนานาชาติเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่เกิดความรุนแรงขึ้น ในรัฐยะไข่ ฉะนั้นแล้วหากมองในมุมกลับกัน เหตุใดรัฐบาลเมียนมาจึงต้องซ่อนสถานที่นั้นให้พ้นตาคนนอก หากไม่มีอะไรต้องปกปิด?


ขอบคุณอัลจาซีรา

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI