
ชาวเกาหลีใต้ 2 ล้านคนออกมาชุมนุมขับไล่ปธน. ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น
ชาวเกาหลีใต้ยังคงออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ ล่าสุดทางแกนนำเรียกร้องให้จัดการชุมนุมขึ้นอีกในหลายเมือง สร้างแรงกดดัน
ชาวเกาหลีใต้ยังคงออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ ล่าสุดทางแกนนำเรียกร้องให้จัดการชุมนุมขึ้นอีกในหลายเมือง สร้างแรงกดดัน
เมื่อวานนี้ (วันที่ 27 พฤศจิกายน) ที่กรุงโซล ในเกาหลีใต้ ประชาชนพากันออกมาชุมนุมขับไล่ปาร์ค กึนเฮ ประธานาธิบดีหญิงอีกครั้งท่ามกลางอากาศหนาวเย็น จากกรณีข่าวอื้อฉาวของผู้นำหญิง ที่ปล่อยให้คนสนิทเข้าแทรกแซงทางการเมือง
แกนนำผู้จัดการชุมนุมรายงานว่า การชุมนุมประท้วงเมื่อวานนี้มีผู้เข้าร่วมมากถึง 2 ล้านคน จากทั้งหมดจำนวนประชากร 50 ล้านคนทั่วประเทศ บรรดาผู้ประท้วงถือร่ม ป้ายข้อความ และเทียนเป็นสัญลักษณ์ ใกล้กับทำเนียบบลูเฮ้าส์ ทำเนียบประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ นอกจากนั้นทางแกนนำยังเรียกร้องให้ชาวเกาหลีใต้จัดการชุมนุมขึ้นในเมืองอื่นๆอีกด้วย เพื่อสร้างแรงกดดันให้แก่ประธานาธิบดี
การชุมนุมดังกล่าวยึดเยื้อมาเป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้ว นับตั้งแต่เกิดข่าวอื้อฉาวของประธานาธิบดีขึ้น Kwak Bo-yon หนึ่งในผู้เข้าร่วมชุมนุมกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ตัวเขานั้นดูข่าวที่เกิดขึ้นผ่านโทรทัศน์ และคิดว่าไม่อาจทนอยู่เฉยได้ ทุกๆคนต้องการให้ประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง แต่เธอก็ยังคงไม่ยอมทำตาม
ประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ ถูกกล่าวหาว่าปล่อยให้ชอย ซุนชิล คนสนิทเข้าถึงเอกสาร และข้อมูลทางการเมือง ด้านชอย ซุนชิล ถูกจับกุมตัวในข้อหาใช้ความสัมพันธ์สนิทสนมกับประธานาธิบดีเอื้อประโยชน์ให้แก่มูลนิธิรับบริจาคของเธอ จนมีรายรับหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ
ส่วนประธานาธิบดีหญิงนั้นยังไม่ถูกดำเนินข้อกล่าวหาในขณะนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ยังคงปกป้องประธานาธิบดีขณะดำรงตำแหน่ง อย่างไรก็ตามเธอออกมากล่าวขอโทษแก่ประชาชนหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าชาวเกาหลีใต้จำนวนมากต้องการให้เธอลงจากตำแหน่ง ทั้งนี้ปาร์ค กึนเฮจะหมดวาระครองตำแหน่งประธานาธิบดี ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2561
อย่างไรก็ดีบรรดานักวิเคราะห์มองว่ากรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ประชาชนโกรธเกรี้ยวประธานาธิบดี หลายฝ่ายมองว่าการบริหารงานของเธอทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีใต้แย่ลง นอกจากนั้นสาเหตุของความไม่พอใจมาจากกรณีเรือเฟอร์รี่ Sewol ล่มเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 300 คน ประชาชนเกาหลีใต้มองว่าประธานาธิบดีหญิงควรรับผิดชอบต่อการสูญเสียดังกล่าว







