posttoday
เปิดตลาดการค้าเมืองคู่แฝด ทางรอดเศรษฐกิจชายแดน

เปิดตลาดการค้าเมืองคู่แฝด ทางรอดเศรษฐกิจชายแดน

23 พฤศจิกายน 2559

สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลงอย่างมาก กระทบกับการส่งออกสินค้าตามแนวชายแดน

โดย...ชูโรจน์ ตรีประภากร

สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาลงอย่างมาก กระทบกับการส่งออกสินค้าตามแนวชายแดน กลุ่มนักธุรกิจพ่อค้าแม่ขายในท้องถิ่นเกิดภาวะซบเซาถึงเซซวน ประกอบกับหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บริษัทผู้จำหน่ายสินค้าต่างทำธุรกิจสายตรงกับคู่ค้าในต่างประเทศโดยไม่ผ่านพ่อค้าท้องถิ่น ส่งผลให้นักธุรกิจและร้านค้าท้องถิ่นประสบปัญหาการค้าทั่วหน้า

สำหรับเมืองชายแดนอย่างมุกดาหาร ที่กำลังเร่งโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อมกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร มองว่า เพื่อให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง รัฐบาลควรต้องกำหนดมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจท้องถิ่นของเมืองชายแดนต่างๆ ซึ่งอยากเสนอให้มีการจัดตั้ง “เมืองคู่แฝด”

“อยากขอให้รัฐบาลช่วยเปิดตลาดการค้าชายแดนระหว่างเมือง ลงนามข้อตกลงเป็นเมืองคู่แฝด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้อยู่รอด โดยจัดแสดงสินค้าระหว่างเมือง 3 ชาติ ไทย ลาว และเวียดนาม ประกอบด้วยเมืองมุกดาหาร-สะหวันนะเขต-กวางตริ ให้จังหวัดชายแดนเป็นตัวประสานความร่วมมือ เมืองคู่แฝดส่วนใหญ่มีระยะทางไม่ไกลนัก เช่น มุก-สะหวัน-กวางตริ ระยะทางประมาณ 245-300 กิโลเมตร ในโครงการ ‘3 เมือง 3 ประเทศไทย-ลาว-เวียดนามแฟร์’ เพื่อเป็นตลาดรองรับการระบายสินค้า สร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐเอกชนในกลุ่มคู่ค้าประเทศเพื่อนบ้าน จะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้อีกช่องทางหนึ่ง”

ด้าน จำลอง วงศ์กิตติธร รองประธานหอการค้ามุกดาหารฝ่ายโลจิสติกส์ เห็นว่า ปัจจุบันพ่อค้าท้องถิ่นไม่สามารถส่งออกจำหน่ายสินค้าเองได้ เนื่องจากไม่มีใบรับรองแหล่งผลิตสินค้าเช่นบริษัทใหญ่ ใบรับรองนี้รวมถึงสินค้าโอท็อปของไทยเช่นกัน ส่วนใหญ่ยังไม่มี อย.และใบรับรอง ส่งผลให้กลุ่มสินค้าโอท็อปไทยไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นการตัดตอนธุรกิจท้องถิ่น

“สินค้าโอท็อปไทยไม่สามารถเติบโต ธุรกิจท้องถิ่นก็ย่ำแย่ การเปิดประตูสู่อาเซียนทำให้พ่อค้าชายแดนถูกตัดออกจากระบบของบริษัทใหญ่ ทั้งที่น่าจะค้าขายสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่เรากลับถูกจำกัดจากข้อกำหนดกฎหมายของเรา”

จำลองเสนอว่า รัฐบาลควรจะเปิดตลาดให้พ่อค้าท้องถิ่นได้มีโอกาสค้าขายกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านทุกแห่ง ส่งเสริมการค้าชายแดนทุกรูปแบบ จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่น ทำให้เมืองชายแดนไทยมีแรงกระตุ้นจากการค้า นักธุรกิจท้องถิ่นจะมีทางออก 3 เมือง 3 ประเทศได้รับประโยชน์ทางการค้าเท่าเทียมกัน สร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

“ขอให้ตัดขั้นตอนการนำเข้าสินค้าของกลุ่มจัดงานไม่ต้องเสียภาษี ตัดแหล่งกำเนิดสินค้า ทั้ง 3 ด่านเพียงตรวจเช็กจำนวนสินค้าขาเข้า ขายได้เท่าไหร่ก็เสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้แต่ละท้องถิ่นตามความเป็นจริง ปัจจุบันพ่อค้าท้องถิ่นทำธุรกิจไม่ได้เนื่องจากถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมาย การแสดงแหล่งกำเนิดสินค้า จึงอยากให้ภาครัฐหาตลาดการค้าและช่วยอำนวยความสะดวกในจุดนี้”

ในกระแสความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทุนอาจข้ามพรมแดน แต่ที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะทำให้เศรษฐกิจชายแดนหยัดยืนได้อย่างมั่นคงเช่นกัน เพราะถือเป็นส่วนสำคัญของทุนในท้องถิ่น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI