
บีจีเอฟขู่ปิดท่าเรือ โต้ไทยเข้มขนน้ำมัน
จากการที่ฝ่ายไทยมีนโยบายการกำหนดและควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากฝั่งไทยไปเมียนมา
โดย...อัศวิน พินิจวงษ์
จากการที่ฝ่ายไทยมีนโยบายการกำหนดและควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากฝั่งไทยไปเมียนมา ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ออกกฎหมายควบคุม การขนส่งน้ำมันโดยถังขนส่งน้ำมัน โดยห้ามมิให้ขนส่งผ่านช่องทางคลังสินค้าชั่วคราวหรือท่าข้าม ริมแม่น้ำเมย อ.แม่สอด จ.ตาก แต่จะให้ขนส่งผ่านสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา เพียงแห่งเดียว รวมทั้งการจะปิดชายแดนในช่วงที่กำหนดตั้งแต่เวลา 05.30-20.30 น. ที่จุดผ่อนปรนและตามช่องทางธรรมชาติ สร้างความไม่พอใจให้กับนายพลหม่องชิดตู ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ชายแดนบีจีอี ที่ดูแลรับผิดชอบในเขตอิทธิพลฝั่งเมียนมา ไม่พอใจกับมาตรการดังกล่าวอย่างมาก
แหล่งข่าวระดับสูงของนายพลหม่องชิดตู กล่าวว่า หากไทยไม่มีมาตรการผ่อนผันมาตรการดังกล่าว กองกำลังบีจีอีอาจจะปิดชายแดนเพื่อตอบโต้เช่นกัน เนื่องจากเห็นว่าขัดกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และไม่สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการอนุญาตให้ประชาชนไทยและเมียนมา ทำหนังสือผ่านแดน หรือบอร์เดอร์พาสต์เข้า-ออก ไปมาหาสู่กันได้ 14 วัน ตามนโยบายระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเมียนมา หรือรัฐต่อรัฐ
“หากไทยปิดชายแดนตามช่องทางธรรมชาติ หรือจุดผ่อนปรนในเวลาที่กำหนด กองกำลังบีจีเอฟก็จะปิดชายแดนฝั่งเมียนมาเช่นกันเป็นการตอบโต้ ซึ่งถ้าปิดก็จะปิดตั้งแต่ชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ ตรงข้าม จ.กาญจนบุรี มาจนถึง อ.อุ้มผาง-พบพระ-แม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง จ.ตาก ไปจนถึง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับการค้าชายแดนและภาพรวมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ที่ปัจจุบันมีมูลค่านับแสนล้านต่อปี”
แหล่งข่าวระดับสูงของนายพลหม่องชิดตู กล่าวอีกว่า การส่งสินค้าจะส่งออกทางท่าเรือหรือท่าข้ามริมแม่น้ำเมย ตามวิถีชีวิตของประชาชนทั้งสองฝั่ง ทำการค้าแบบบ้านพี่เมืองน้อง มีงาน มีรายได้ร่วมกัน ต่อมาการค้าชายแดนด่านแม่สอด-เมียวดี ในช่วงนี้มีมูลค่านับแสนล้านบาท ส่วนใหญ่ชาวเมียนมาซื้อสินค้าจากฝั่งไทย ซึ่งกฎหมายการควบคุมห้ามนำน้ำมันเชื้อเพลิงส่งออกส่งทางอื่น ทำให้กระทบต่อสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่ และวิถีชีวิตการค้าแบบเดิมๆ และบีจีเอฟที่เป็นพันธมิตรกับฝ่ายเมียนมาก็มีรายได้จากการเก็บภาษีเพื่อนำไปดูแลประชาชนและพัฒนา หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อย เมื่อฝ่ายไทยออกกฎหมายควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงให้ไปส่งออกทางช่องทางสะพานมิตรภาพเพียงจุดเดียว
ขณะเดียวกันจะปิดท่าข้ามตามเวลาที่กำหนดนั้น จะทำให้การค้าแบบวิถีชีวิตเดิมๆ หมดไป ประชาชนขาดรายได้ เรื่องนี้ผู้นำบีจีเอฟไม่พอใจอย่างมาก และอาจจะส่งผลกระทบไปถึงการที่จะมีการปิดชายแดนตามท่าเรือริมแม่น้ำเมย ช่องทางธรรมชาติ ในเขตรับผิดชอบของกองกำลังบีจีเอฟ ซึ่งหากเป็นจริงก็จะทำให้เรื่องนี้กลับกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่น่าเกิดขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบกับการค้า สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ตามมา ทางบีจีเอฟอยากจะให้ฝ่ายไทยได้มีการหาข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่ และให้มีการผ่อนผันมาตรการควบคุม หรือชะลอกฎหมายนี้ออกไปก่อน
ทั้งเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงและการปิดชายแดนในเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้กระทบกับระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์โดยภาพรวม ทั้งฝ่ายไทย-เมียนมา และกองกำลังชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้การค้าชายแดนและความสัมพันธ์ของทุกฝ่ายเหมือนดั่งช่วงเวลาที่ผ่านมา คือมีการค้าขายตามแบบวิถีชีวิตเดิมๆ เมื่อหลายสิบปีก่อน สินค้าบางอย่างก็ข้ามทางสะพานมิตรภาพ ส่วนปัญหาที่จะส่งผลกระทบโดยภาพรวมก็ขอให้ผ่อนผันออกไป หรือหามาตรการทางกฎหมายที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่







