
กูรูชี้ทรัมป์หมดหวังพลิกเกม
โพลความนิยมเฉลี่ยชี้ฮิลลารีนำ 7% ด้านกลุ่มผู้ลังเลเมินข่าวฉาว รอฟังทิศทางนโยบาย
โพลความนิยมเฉลี่ยชี้ฮิลลารีนำ 7% ด้านกลุ่มผู้ลังเลเมินข่าวฉาว รอฟังทิศทางนโยบาย
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า การโต้อภิปรายเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ตามเวลาในไทย เป็นโอกาสใหญ่ครั้งสุดท้ายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นรอง ฮิลลารีคลินตัน คู่แข่งจากเดโมแครตอยู่มาก จากข่าวฉาวที่ออกมาทำลายการหาเสียงไม่หยุดหย่อน และความพ่ายแพ้ในศึกอภิปราย 2 ครั้งก่อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง มองว่า เป็นไปได้ยากที่ทรัมป์จะตีตื้นขึ้นมาได้ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วการโต้อภิปรายเพียงครั้งเดียวไม่อาจก่อให้เกิดการพลิกโมเมนตัมสำหรับศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐได้ ขณะที่สมาชิกของทั้งสองพรรคเชื่อว่าผู้สมัครทั้งคู่จะสู้สุดตัวหลังการโต้อภิปรายนี้
เจมส์ สติมสัน นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งนอร์ทแคโรไลนา ระบุว่า ถ้าพิจารณาการแข่งขันตลอดปีนี้ อาจมีเพียงการโต้อภิปรายครั้งแรกเท่านั้นที่เข้าข่ายเป็นเหตุการณ์สำคัญพลิกโมเมนตัมในศึกเลือกตั้ง โดยตั้งแต่ปี 1960-2000 ไม่เคยมีการโต้อภิปรายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความนิยมของตัวผู้สมัครอย่างทันที
นอกจากนี้ การที่มียอดผู้ชมมากที่สุดทำสถิติที่ 68 ล้านราย และปัญหาของทรัมป์ที่แสดงให้เห็นในการโต้อภิปรายครั้งแรกยิ่งย้ำจุดอ่อนของทรัมป์ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมีบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์เข้ามา
ในการโต้อภิปรายครั้งนี้ เดโมแครตต้องการให้ฮิลลารีเสนอทิศทางของประเทศในด้านบวก เนื่องจากกลุ่มที่ยังเลือกไม่ได้ต้องการความชัดเจนในนโยบายมากที่สุดในขณะนี้ หลังการหาเสียงที่ผ่านมามุ่งโจมตีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคู่แข่ง
สำหรับทีมหาเสียงของรีพับลิกัน ระบุว่า ทรัมป์จำเป็นต้องโฟกัสการส่งสารถึงฐานเสียงคนต่อต้านกลุ่มอำนาจเก่าและเบี่ยงเบนความสนใจสาธารณะออกจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเพศหญิงและความร้าวฉานภายในพรรคให้ได้ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทรัมป์พยายามเสนอประเด็นหาเสียงใหม่ เช่น สนับสนุนจำกัดวาระของสมาชิกคองเกรสและยกประเด็นเรื่องการโกงการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ก่อกระแสนัก
ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่โครงการหาเสียงของทรัมป์เดินตามแผน เป็นช่วงที่ฮิลลารีมีคะแนนนิยมห่างเพียง 2.3% อย่างไรก็ดี หลังศึกอภิปรายครั้งแรกการหาเสียงของทรัมป์ไม่สามารถโฟกัสได้ส่งผลให้ฮิลลารีมีคะแนนนำเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจความนิยมโดยเฉลี่ยของเรียลเคลียร์โพลิติกส์ พบว่า ฮิลลารีมีคะแนนนำ 7% เมื่อวันที่ 19 ต.ค.
การโต้อภิปรายครั้งสุดท้ายนี้ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยแห่งเนวาดา ลาสเวกัสรัฐเนวาดา โดยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา นักวิเคราะห์การเมือง ตลาดทุน และผลสำรวจความเห็นต่างชี้ว่า ฮิลลารีทำผลงานได้ดีกว่า







