
เศรษฐกิจโลกจ่อโตต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิกฤตปี2008
โออีซีดีลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2016 เหตุการค้าโลกอ่อนแอฉุดการขยายตัว
โออีซีดีลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2016 เหตุการค้าโลกอ่อนแอฉุดการขยายตัว
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกปี 2016 จากคาดการณ์ในเดือน มิ.ย. ที่ 3% ลงมาอยู่ที่ 2.9% ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 เนื่องจากการค้าทั่วโลกชะลอตัวลง และการขยายตัวของประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังอ่อนแอ พร้อมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ระดับปานกลางที่ 3.2% ในปี 2017 ลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 3.3%
โออีซีดี ระบุว่า การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ หรือเบร็กซิต ยังส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่การค้าทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะซบเซา เนื่องจากการต่อต้านการเปิดเสรีทางการค้าที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์หลายแห่ง
ทั้งนี้ โออีซีดีลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ โดยลดคาดการณ์การขยายตัวของสหรัฐเหลือ 1.4% จาก 1.8% เนื่องจากตัวเลขการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ
ขณะที่ยังปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.6% จาก 0.7% เนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินเยนมีแนวโน้มสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกของประเทศ โดยการส่งออกของญี่ปุ่นลดลง 9.6% เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกัน 11 เดือน แม้รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและเลื่อนการขึ้นภาษีขายเพื่อกระตุ้นการบริโภค
นอกจากนี้ โออีซีดียังลดคาดการณ์กลุ่มประเทศยูโรโซนเหลือ 1.5% จาก 1.6% สำหรับปีนี้ ขณะที่ลดตัวเลขการขยายตัวในปี 2017 เหลือ 1.4% จาก 1.7%
“กลุ่มประเทศยูโรโซนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเชิงลบชัดเจนยิ่งขึ้นในปี 2017” โออีซีดี กล่าวพร้อมเสริมว่า แม้นโยบายการเงินของยุโรปและญี่ปุ่นยังคงมีความเหมาะสมอยู่ แต่ควรพิจารณาประโยชน์ ต้นทุน และความเสี่ยงต่างๆ หากมีการตัดสินใจขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตร
อย่างไรก็ดี โออีซีดีคาดการณ์ของอังกฤษขึ้นอยู่ที่ 1.8% จาก 1.7% หลังฟื้นตัวจากเบร็กซิต ขณะที่ยังคงคาดการณ์ของเศรษฐกิจจีนไว้ที่ 6.5% ในปี 2016
ด้านไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้าง แคทเธอรีน มันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโออีซีดี ว่า แม้นโยบายการเน้นลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่การให้งบอุดหนุนในด้านสุขภาพและการศึกษาสามารถช่วยเพิ่มการกระจายผลประโยชน์จากการเปิดกว้างทางการค้าได้ เนื่องจากจะช่วยให้ทุกภาคส่วนในสังคมปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเวลาต่อไป
ภาพ...เอเอฟพี







