
ชี้มือบึ้มนิวยอร์กประวัติเสี่ยง
บิดามือระเบิดเคยแจ้งความสงสัยลูกเข้าข่ายลัทธิสุดโต่ง เอฟบีไอสอบไม่พบหลักฐานโยงก่อการร้าย
บิดามือระเบิดเคยแจ้งความสงสัยลูกเข้าข่ายลัทธิสุดโต่ง เอฟบีไอสอบไม่พบหลักฐานโยงก่อการร้าย
โมฮัมหมัด ราฮามี บิดาของ อาเม็ด ข่าน ราฮามี พลเมืองสหรัฐเชื้อสายอัฟกานิสถาน วัย 28 ปี ผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางระเบิดที่นิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ เปิดเผยว่า เคยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) สงสัยลูกชายมีพฤติกรรมเสี่ยงเป็นภัยต่อความมั่นคง เมื่อปี 2014 ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบราฮามีเชื่อมโยงกับก่อการร้าย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนยันกับนิวยอร์กไทมส์ ว่า โมฮัมหมัดเคยแจ้งความกับตำรวจนิวเจอร์ซีย์จริง หลังราฮามีถูกจับกุมเพราะแทงสมาชิกในครอบครัว ต่อมาเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยร่วมด้านการก่อการร้ายของเอฟบีไอ แต่โมฮัมหมัดถอนแจ้งความในเวลาต่อมา ทำให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกการสืบสวนและสรุปเป็นการแจ้งความจากอารมณ์โกรธชั่วคราว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าพบว่า ราฮามีเดินทางไปอาศัยอยู่ที่อัฟกานิสถานและปากีสถานเป็นเวลานานหลายครั้งในปี 2011-2014 รวมทั้งมีภรรยาที่ยังไม่ชัดว่าถือสัญชาติปากีสถานหรืออัฟกานิสถาน แต่ผ่านการตรวจสอบทุกครั้งที่กลับเข้ามาในสหรัฐ โดยไม่พบพฤติกรรมน่าสงสัย ล่าสุดภรรยาราฮามีได้หลบหนีออกจากสหรัฐแล้วไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุระเบิด
การเปิดเผยดังกล่าว ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงกรณีผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัยหลายประการกลับหลุดรอดไปจากการเฝ้าระวังของเอฟบีไอได้
ขณะที่การสืบสวนล่าสุด พบหลักฐานชี้ว่าราฮามีสนใจในลัทธิแนวคิดสุดโต่งและยังได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจาก อันวาร์ อัลอะลากี ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มอัลกออิดะห์ รวมถึงราฮามีบันทึกข้อความในสมุดส่วนตัวตอนหนึ่งระบุว่า สังหารผู้ไม่มีความเชื่อ และมีการกล่าวถึงบอสตันมาราธอน
ขณะที่การตรวจสอบดีเอ็นเอ รอยนิ้วมือ และกล้องวงจรปิด ชี้ว่า ราฮามีเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีก่อเหตุระเบิด และอัยการได้ตั้งข้อหา 4 ข้อหา ครอบคลุมถึงวางระเบิดและพยายามวางระเบิดในที่สาธารณะ ส่วน เจมส์ โอเนล หัวหน้ากรมตำรวจนิวยอร์ก ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งสืบหาแรงจูงใจและสืบว่าเป็นการก่อเหตุลำพังหรือไม่
วอชิงตันโพสต์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโส ว่า เป็นไปได้สูงที่ผู้ต้องสงสัยเป็นกลุ่มแนวคิดสุดโต่งด้วยตัวเอง แต่วิธีการเรียนรู้การประกอบระเบิดยังคงไม่ชัด โดยอาจเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์เช่นเดียวกับกรณีระเบิดบอสตันมาราธอน







