
5 ปีข้างหน้าอาเซียน ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 9 ของการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ
โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง
ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 9 ของการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการ ที่เห็นภาพความร่วมมือทางการค้าในกลุ่มประเทศสมาชิกที่ชัดเจนมากขึ้น รวมไปถึงการขยายความร่วมมือไปยังประเทศนอกอาเซียน ทั้งอาเซียนบวก 3 อาเซียนบวก 6 ไปจนถึงอาเซียนบวก 8 ที่เพิ่มสหรัฐอเมริกาและ รัสเซียเข้ามา ด้วยอาเซียนเป็นพื้นที่ดึงดูดการค้าการลงทุนจากหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ประเทศสมาชิกต่างต้องการเป็นศูนย์กลางการเติบโตของเศรษฐกิจ
ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวในงานสัมมนา เอเชีย เวลท์ ฟอรั่ม 2560 ทศวรรษใหม่การลงทุน จัดโดยสถานีโทรทัศน์ Money Channel และนิตยสาร
Money & Wealth ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ ในหัวข้อ “ไทยศูนย์กลางการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน” ว่า ภายใน 10-20 ปีข้างหน้า เอเชียยังคงเป็นศูนย์กลางของโลก โดยประเทศในอาเซียนส่วนหนึ่งมีประชากรวัยทำงานสูงกว่าภูมิภาคอื่นทั่วโลก ซึ่งแรงงานมีส่วนสำคัญที่ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ และหากมีการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สามารถขยับเข้าสู่ประเทศรายได้ปานกลางในอนาคต รวมถึงศักยภาพการผลิต และภาคบริการในพื้นที่อาเซียนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะยังคงดึงดูดนักลงทุนจากนานาประเทศ และยังเป็นจุดเด่นในเวทีการค้าโลก โดยภาวะเศรษฐกิจ 5 ปีข้างหน้าในยุโรปยังคงมีปัญหาการส่งออกติดลบ
ดังนั้น ประเทศในอาเซียนต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน กระจายรายได้สู่คนในประเทศ เพิ่มกำลังซื้อแก่คนรายได้น้อย กล่าวคือต้องลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
สำหรับการลงทุนที่สำคัญและจำเป็นต่อประเทศในอาเซียน ยังเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม สิ่งก่อสร้าง ตึกสำนักงาน โรงแรม ที่อยู่อาศัย และระบบสาธารณูปโภคที่มั่นคง เพราะประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มด้อยพัฒนา ทำอย่างไรให้สามารถเติบโตร่วมกันได้อย่างมั่นคง ควรมองถึงผลประโยชน์ระดับชาติให้น้อยลง แต่มองผลประโยชน์ในระดับภูมิภาคให้มากขึ้น ซึ่งการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เศรษฐกิจอาเซียนไม่จำเป็นต้องมีประเทศเดียว สามารถกระจายศูนย์กลางแต่ละด้านไปยังประเทศที่มีความถนัดต่างกันได้
สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ต้องเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกันมากกว่าการแข่งขัน ลดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศแตกต่างกัน สำหรับการลงทุนทางธุรกิจประเทศในภูมิภาคต้องวิเคราะห์ปัจจัยหลายด้านทั้งในและต่างประเทศ โดยเศรษฐกิจหลังจากนี้อีก 5 ปี ในภูมิภาคจะดีขึ้นแน่นอน ด้วยเผชิญกับช่วงที่แย่ที่สุดของเศรษฐกิจโลกใน 5 ปีที่ผ่านมาแล้ว หากสามารถพัฒนาตามเป้าหมายที่วางไว้ได้
ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ของประเทศไทย คาดการณ์เติบโตของอัตราผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงกว่า 3% ซึ่งตัวเลขจีดีพีไทยในขณะนี้อยู่อันดับที่ 27 ของโลก เป็นลำดับที่ไม่แย่จนเกินไป มีหนทางในการพัฒนาอีกมาก นอกจากนี้ สังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นหนึ่งที่รัฐต้องขบคิดในการพัฒนาบุคลากรในประเทศให้กลุ่มคนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีหลังเกษียณ เป็นโจทย์สำคัญ 2 ประการที่ทิ้งให้ภาครัฐขบคิดต่อการบริหารทรัพยากรบุคคล 1.แรงงานสูงอายุที่จะมากขึ้นในอนาคต 2.จะพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือให้สอดรับกับอุตสาหกรรมและธุรกิจที่ใช้ความรู้มากขึ้นได้อย่างไร
สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) กล่าวว่า สัญญาณที่จะแสดงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนในทิศทางที่ดีขึ้น คือรูปแบบการขยายตัวของร้านโชห่วย (ในประเทศกัมพูชา เมียนมา ลาว) และโมเดิร์นเทรดที่มีการปรับเปลี่ยนจากจักรยานยนต์สู่รถยนต์ ในประเทศที่ประชากรมีกำลังซื้อสูงขึ้น การเติบโตของสินค้าอุปโภคบริโภคเต็มรูปแบบ มีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การเข้ามาของเทคโนโลยี และความรู้ด้านต่างๆ รวมถึงการเติบโตของเมือง การขยายตัวแนวเศรษฐกิจชายแดน และการเคลื่อนย้ายแรงงานคน
รวมถึงรูปแบบเศรษฐกิจที่เน้นเกื้อกูลกันมากขึ้น







