
BBNova แพลตฟอร์มไทย เปิดประตูอี-คอมเมิร์ซอาเซียน
หลังจากเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา สินค้าไทยถือได้ว่าสามารถสอบผ่านในสนามการค้าภูมิภาค
โดย...ทศพล หงษ์ทอง
หลังจากเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา สินค้าไทยถือได้ว่าสามารถสอบผ่านในสนามการค้าภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไหลเข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยคุณภาพและความไว้วางใจจากผู้บริโภค ซึ่งปัจจัยดังกล่าวบ่งชี้ได้ว่าสินค้าไทยไปได้ ถ้ามีโอกาสที่เพียงพอ ขณะเดียวกับที่พฤติกรรมผู้บริโภคหนุ่มสาวอาเซียนในปัจจุบันหันมาจับจ่ายบนระบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซอาเซียนโตติดอันดับโลก ทั้งยังสร้างเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืนมาแล้วหลายราย
เอกสิทธิ์ เทียมแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซเก้ กล่าวว่า ได้มองเห็นโอกาสสินค้าไทยในตลาดอาเซียน โดยเปิดพื้นที่อี-คอมเมิร์ซเพื่อเป็นเกตเวย์หลักให้แบรนด์ไทยออกสู่สายตาชาวโลกภายใต้ชื่อ “บีบีโนว่า” BBNova ซึ่งจะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มขายของทั่วไป ด้วยเข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนเอสเอ็มอีด้านองค์ความรู้การค้า ด้วยบริการแบบครบวงจรทั้งการตั้งขายสินค้าตลอดจนกระบวนการส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอาเซียน พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการรายย่อยด้วยความรวดเร็วและคล่องตัว เพื่อเอาชนะอุปสรรคด้านระยะเวลาและระยะทาง
ด้วยเทคนิคบริการด้านดิจิทัลที่โดดเด่น ทำให้บีบีโนว่าได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ดีไอทีพี) พร้อมร่วมทำตลาดโรดโชว์ในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เพื่อสร้างฐานลูกค้า ซึ่งการบริการที่หลากหลายสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ส่งออกอย่างลงตัว อาทิ BBBiz ชุมชนการค้าเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างพันธมิตร BBTrade บริการขั้นตอนและเอกสารการส่งออก BBLoan บริการสินเชื่อและการชำระเงินแบบดิจิทัล BBLogistic บริการขนส่งและติดตามสินค้า BBLegal ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และศุลกากร BBAcademic โครงการอบรมให้ความรู้ด้านการค้า เป็นต้น
ทั้งนี้ บีบีโนว่า จะเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการชุมชนที่ต้องการเข้าสู่การค้าอี-คอมเมิร์ซที่สามารถสร้างมูลค่าสินค้าได้มากกว่าการขายแบบออฟไลน์ จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการตัวเล็กเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนกระจายรายได้และโอกาสลงสู่ชุมชนเพื่อสร้างฐานรากเศรษฐกิจชาติตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย
ขณะที่ปัจจุบันสินค้าไทยมีศักยภาพหลายด้าน การสร้างแบรนด์ไทยให้ติดตลาดอาเซียนต้องเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าไทยเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าเอสเอ็มอีเจ้าใหม่มีโอกาสได้เข้าไปเจาะตลาด โดยผู้ให้บริการจะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน GMP, HACCP หรือ อย. โดยตรงเพื่อหนุนการค้าแบบแฟร์ เทรด เพื่อสร้างความไว้วางใจพร้อมขจัดปัญหาการถูกเอาเปรียบด้านราคาจากพ่อค้าคนกลาง
นอกจากนี้ บีบีโนว่า ยังสนับสนุนการแปลภาษาหลักทั้งไทย อังกฤษ และจีน ด้วยการแปลแบบเรียลไทม์ ทั้งยังสามารถแปลภาษาในกลุ่มซีแอลเอ็มวีได้อีกด้วย ส่วนผู้ที่ไม่สามารถกรอกข้อมูลสินค้าเป็นภาษาอังกฤษและจีนได้ หรือกรณีที่ถ้าลูกค้าเขียนคำถามมาเป็นภาษาอื่น ผู้ขายสามารถเรียกใช้บริการคำแปลจากในแพลตฟอร์มได้ทันที รวมถึงยังมีระบบเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ โดยที่เมื่อมีผู้ซื้อเข้ามาในระบบ แพลตฟอร์มจะจดจำพฤติกรรมของผู้ซื้อรายนั้นไว้ จากนั้นจะปรับรูปแบบการแสดงสินค้าเพื่อให้ผู้ซื้อได้เห็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
ส่วนเป้าหมายของบีบีโนว่า ตั้งเป้าจะมีผู้ประกอบการราวสองหมื่นรายในสองปีแรก พร้อมจัดโปรโมชั่น วางขายสินค้าฟรีในสามเดือนแรกเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีผู้มีต้นทุนน้อย ซึ่งหลังจากนั้นจะคิดค่าบริการวางขายสินค้าเพียงอย่างเดียวเดือนละ 199 บาท หากลูกค้าต้องการบริการเสริม อื่นๆ จะคิดเป็นราคาพิเศษเพิ่มเติมแบบแอด-ออน (Add-on) ควบคู่ไปกับการเร่งเดินหน้าเปิดตัวแพลตฟอร์มในชาติสมาชิกอาเซียนทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย เพื่อขยายตลาดฐานลูกค้าอาเซียนและเนรมิตให้แพลตฟอร์มแห่งนี้เป็นเครือข่ายของผู้ค้าอาเซียนอย่างแท้จริงตามสโลแกน บีบีโนว่า : คอมเมิร์ซซิ่ง อาเซียน (BBNova : Commercing ASEAN)
สุดท้าย เอกสิทธิ์ฝากข้อความถึงเอสเอ็มอีว่า ผู้ประกอบการต้องพร้อมที่จะเรียนรู้รูปแบบการขายและวัฒนธรรมผู้ซื้อแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากคนไทย เพื่อหาวิธีตอบสนองผู้บริโภค สร้างความประทับใจในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายผู้ค้าในต่างประเทศ
เพื่อแสวงหาโอกาสและประสบการณ์ทางการค้าในรูปแบบใหม่ ที่สามารถสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน







