posttoday
เศรษฐกิจแข็งแกร่ง เวียดนามโตพุ่ง

เศรษฐกิจแข็งแกร่ง เวียดนามโตพุ่ง

08 กันยายน 2559

เวียดนามอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักลงทุนทั่วโลกที่ต่างพุ่งตรงไปยังตลาดแห่งใหม่ในอาเซียน

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

เวียดนามอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักลงทุนทั่วโลกที่ต่างพุ่งตรงไปยังตลาดแห่งใหม่ในอาเซียน จากศักยภาพเศรษฐกิจที่โตเป็นอันดับสองของโลกติดต่อกันมากกว่าสองทศวรรษไม่น้อยกว่า 7% รวมถึงเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่มีอัตราต่ำกว่าชาติอาเซียนอีกด้วย โดยช่วง 8 เดือนแรกมูลค่ารวมเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) อยู่ที่ 5.02 แสนล้านบาท ขยายตัวถึง 7.7% รวมถึงตลาดหุ้นเวียดนามยังโตติดอันดับที่ 5 ของโลก อีกด้วย

เหวียน หวู บ่าง ประธานคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์แห่งรัฐของเวียดนาม กล่าวถึงดัชนีอ้างอิงในตลาดหุ้นของ VN-Index ขยายตัวอย่างต่อเนื่องพุ่งสูงถึง 13.8% ในปีนี้ โดยมีมูลค่ารวมตามราคาตลาดหุ้น (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 38% ของจีดีพีรวมประเทศมากกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 33% โดยเฉพาะราคาเฉลี่ยการซื้อขายในตลาดหุ้นซึ่งอยู่ที่ราว 9,700 ล้านบาท ขยายตัวถึง 25% จากปีก่อนควบคู่ไปกับมูลค่าการซื้อขายตราสารหนี้และตั๋วเงินคลัง (Bond Trade) ซึ่งขยายตัวมากกว่า 34% ในปีนี้ อีกทั้งการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของช่วง 7 เดือนแรกนั้นยังมีมูลค่ามากถึง 2.54 ล้านล้านด่อง ขยายตัวกว่า 81% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไปธนาคารกรุงเทพ สาขาเวียดนาม และผู้จัดการสาขาโฮจิมินห์ ซิตี้ กล่าวถึงสุขภาพทางการเงินของเวียดนามถือว่ายอดเยี่ยมจากความแข็งแกร่งของค่าเงินด่องเวียดนามที่นิ่ง ส่งผลให้ค่าเงินผันผวนเพียง 4% และค่าเงินเฟ้อแค่ 0.6% ทำให้สินเชื่อธนาคารในเวียดนามโตกว่าปีละ 50% โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทเหรียญสหรัฐที่ 0%

ขณะเดียวกันจากการเมืองการปกครองที่นิ่งมาก ทำให้นโยบายการค้าการลงทุนเป็นเอกภาพ อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่มีกำลังซื้อเพิ่มที่แน่นอน จากการขยายตัวของรายได้ประชากรวัยทำงานที่คิดเป็นเกือบ 40% ของคนทั้งประเทศ ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุที่มีรายได้จากการส่งเงินกลับบ้านของประชากรเวียดนามราวปีละ 5 แสนล้านบาท อีกทั้งยังมีหนี้ครัวเรือนที่ต่ำจนมีโอกาสสูงที่รายได้ชนชั้นกลางจะโตได้อีกมาก

นอกจากนี้ ในภาคอุตสาหกรรมของเวียดนามนั้น ยังมีการขยายตัวด้านกำลังผลิตกว่า 7.3% ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เวียดนามมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยราว 9.16% ตั้งแต่ปี 2552-2559 โดยเวียดนามยังถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งฐานการผลิตอาเซียน จากตัวเลขการนำเข้าของเวียดนามที่เน้นด้านวัตถุดิบมากขึ้น โดยจีนยังได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตเต็มตัว ทั้งยังมีความพร้อมด้านทรัพยากร ธรรมชาติที่ไม่ต่างจากประเทศไทย ตลอดจนมีต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าไทยถึง 40%

ขณะที่ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เป็นตลาดที่ศักยภาพการเติบโตด้านการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปรับให้ซีแอลเอ็มวีเป็นตลาดเดียว (ซิงเกิ้ล มาร์เก็ต) เพื่อแบ่งพื้นที่การขยายตลาดสู่หัวเมืองตลอดจนแบ่งคลัสเตอร์อุตสาหกรรม ดังนั้นการสานต่อพลังประชารัฐแบบพี่จูงน้องจึงเป็นแนวทางการสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการสร้างโอกาสให้เกิดการลงทุนในตลาดใหม่อย่างเวียดนาม

อัศวิน เดชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) ระบุว่า บีเจเซีพร้อมจูงผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ตลาดเวียดนามด้วยการช่วยเหลือด้านจับคู่ทางธุรกิจสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงทางการค้าของเอสเอ็มอีทั้งสองประเทศ และอำนวยความสะดวกด้านการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายกว่า 2 แสนแห่งในเวียดนาม เพื่อขับเคลื่อนมูลค่าการค้าให้ถึง 7 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี ตามที่ตกลงไว้กับนายกรัฐมนตรีเวียดนาม

มงคล บัณฑรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยคอร์ป อินเตอร์เนชั่นแนล เวียดนาม ผู้บุกเบิกตลาดเวียดนามมากว่า 20 ปี กล่าวว่า กลยุทธ์การเจาะตลาดเวียดนามต้องอาศัยการทำโปรโมชั่นแบบลด แลก แจก แถมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้สินค้าใหม่ ทั้งยังสร้างยอดขายให้กับร้านค้าปลีกจนนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันดี โดยต้องตั้งราคาให้ต่ำกว่าหรือเท่ากับคู่แข่งเพื่อเอื้อต่อการใช้เทคนิคเทของลงสู่ตลาดเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกสินค้าในราคาที่เท่าๆ กัน

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคซีแอลเอ็มวีมีนิสัยละเอียดอ่อนส่งผลให้การทำตลาดแบบช่วยเหลือสังคม หรือ ซีเอสอาร์ สามารถสร้างความผูกพันและความซื่อสัตย์ต่อสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI