
โลกลุ้นเฟดส่งซิกขึ้นดอกเบี้ย
จับตาสัญญาณผู้ว่าฯเยลเลน หวั่นปรับเร็วขึ้นเห็นผลประชุมก.ย.นี้
จับตาสัญญาณผู้ว่าฯเยลเลน หวั่นปรับเร็วขึ้นเห็นผลประชุมก.ย.นี้
โพสต์ทูเดย์ - ผู้ว่าการเฟดเตรียมแถลงสัญญาณนโยบายการเงิน โลกร่วมลุ้นจับตาขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. หรือ ธ.ค.นี้
บลูมเบิร์ก รายงานว่า นักลงทุนเริ่มเชื่อกันมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ก.ย.นี้ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากสองสัปดาห์ที่แล้วเป็น 32%หลังจากที่ประธานเฟดสาขาต่างๆ ออกมาทยอยส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด จะกล่าวในการประชุมประจำปีที่แจ็กสัน โฮล ไวโอมิง ในคืนวันที่ 26 ส.ค. ตามเวลาในไทย
“สัญญาณจากถ้อยแถลงของเจเน็ต เยลเลน ที่ แจ็กสัน โฮล ในครั้งนี้ จะบ่งชี้ถึงผลการประชุมเฟดในวันที่ 21 ก.ย.นี้ และหากเยลเลนยังคงย้ำทิศทางเดียวกันกับบรรดาประธานสาขาของเฟด การคาดการณ์ของตลาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้าก็อาจเพิ่มขึ้นเป็น 60-70%” ฌอน คีอาน นักวิเคราะห์จากทริปเปิล ที คอนซัลติง และอดีตนักวิเคราะห์จากเครดิตสวิส กล่าว
ทั้งนี้ ดอกเบี้ยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีของสหรัฐ ซึ่งมีความผันผวนต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าพันธบัตรระยะยาวปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองอยู่ที่ 0.78% หลังจาก เอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ส่งสัญญาณสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย เช่นเดียวกับ โรเบิร์ต แคปลัน ประธานเฟดสาขาดัลลัส ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งพอที่จะรับการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว
ก่อนหน้านี้ วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก และจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้ให้ความเห็นกับสื่อในทำนองเดียวกันว่า สหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ขณะที่ สแตนลีย์ฟิชเชอร์ รองผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว และยังมีแนวโน้มจะขยายตัวดีขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส ระบุว่า ยังมีกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (เอ็มโอเอ็มซี) อีกหลายคนที่สนับสนุนให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน เช่น ชาร์ลส์ อีวานส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก ซึ่งต้องการให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐขยายตัวใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ระดับ 2% เสียก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาด 42% ยังเชื่อว่าเฟดจะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีในเดือน ธ.ค.
ท้ั้งนี้ การประชุมของเฟดที่แจ็กสัน โฮล ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการประชุมวิชาการประจำปีแล้ว ยังถือเป็นเวทีใหญ่ของผู้ว่าการเฟดในการส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายการเงินเช่น การประชุมในปี 2010 ที่อดีตผู้ว่าการ เบน เบอร์แนนคี ส่งสัญญาณเตรียมใช้นโยบายการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์กันว่าในวงประชุมที่ไวโอมิงจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นทางการเงินเพียงอย่างเดียว โดยก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของเฟดเริ่มส่งสัญญาณสนับสนุนให้รัฐบาลใช้วิธีเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลัง เช่น การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ







